โพสต์แนะนำ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมะ..พระธรรมพุทธิมงคล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมะ..พระธรรมพุทธิมงคล แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2563

คำสอน..หลวงพ่อ (2)


ธรรมปรัชญา
พระธรรมพุทธิมงคล


พระธรรมพุทธิมงคล (สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.๘) เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร และเจ้าของโครงการผู้สร้างพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผา “สมเด็จพระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ” ขนาดความสูง ๓๕ เมตร หน้าตักกว้าง ๒๕ เมตร ณ ภูผามังกรบิน เขตโบราณสถานเมืองอู่ทอง สุพรรณบุรี มีผลงานอันเกี่ยวเนื่องกับการบำรุงพระพุทธศาสนาทั้งในด้านการพัฒนา และการเผยแพร่ธรรมเป็นจำนวนมาก

ธรรมปรัชญาที่นำมาลงไว้นี้ประพันธ์โดย พระธรรมพุทธมงคล(สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.๘) ยังครั้งดำรงสมณศักดิ์พระราชปริยัติสุธี (พ.ศ.๒๕๓๙-๒๕๕๑) มีอยู่ด้วยกัน 3 เล่ม แบ่งเป็น เสียงพระ เสียงเพลง ภาค ๑ ศีลธรรมและมงคลภาษิต ,เสียงพระ เสียงเพลง ภาค ๒  ทศบารมี และทศพิธราชธรรม และเสียงพระ เสียงเพลง ภาค ๓ อนุปุพพีกถา และจตุราริยสัจ พลังเหนือชีวิต ธรรมปรัชญาทั้ง ๓ เล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนนับล้านเล่ม โดย “สยามสุวรรณภูมิ” ได้รับอนุญาตให้คัดลอกเผยแพร่ต่อพุทธศาสนิกชน ตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๒

เสียงพระ เสียงเพลง ภาค ๑

มงคลภาษิต

พระคาถาที่ ๑
อเสวนา จ พาลานํ      ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา
ปูชา จ ปูชะนียานํ       เอตมฺมงฺคลมตฺตมํ

๑.    อเสวนา จ พาลานํ
วิสัยพาล           จิตใจ               ใฝ่แต่ชั่ว
ใครเกลือกกลั้ว               เป็นมิตร           สนิทสนม
ก็พลอยชั่ว                     หยาบช้า           ไม่น่าชม
อย่านิยม                       คบหา               ถ้ารักดี

                                          เหมือนแพรพรรณ เอามา             ห่อปลาเน่า
                              กลิ่นเหม็นเคล้า              ติดผ้า                เสื่อมราศี
                              จะให้ใคร                       ใครใคร             ไม่ยินดี
                              เปรียบอย่างนี้                คงเข้าใจ            ในคารมฯ

๒.    ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา
                                               ส่วนบัณฑิต       จิตใจ                ใฝ่แต่ชอบ
                                   ใครนบนอบ                   เป็นมิตร            สนิทสนม
                                   ก็พลอยดี                      มีค่า                  น่าชื่นชม
                                   ควรนิยม                       คบหา               ถ้ารักดี

                                เหมือนผ้าฝ้าย     รับรอง               ห่อของหอม
                                  กลิ่นจะย้อม                  ติดผ้า                ชูราศี
                                 กลิ่นหอมฟุ้ง                  จรุงใจ               ให้ยินดี
                                 เปรียบอย่างนี้                คงเข้าใจ            ในเนื้อความฯ

๓.    ปูชา จ ปูชะนียานํ
พระผู้พบ         สัจธรรม            นำมาเผย
                                    ชี้เฉลย                          เจนจบ              ทั้งภพสาม
                                    ทรงบอกทาง                  ดำเนิน              หากเดินตาม
                                    จะพบความ                   สุขสันต์             นิรันดร
                                                พระผู้ผ่าน         พบโชค              เหนือโลกสาม
                                    ทรงพระนาม                  “พุทธะ”            อดิศร
                                    เป็นบรม                        ศาสดา             ประชากร
                                    ทรงสั่งสอน                    ทางพระ            นฤพาน
                                                เป็นผู้ควร          บูชา                  สักการะ
                                    ด้วยอามิส                     ธรรมะ              สองสถาน
                                    ใครบูชา                        ได้บุญ               หนุนสันดาน
                                    ให้อาจหาญ                   เริ่งร่า                สง่างามฯ

เอตตมฺมงฺคลมุตฺตมํ
                                                สามประการ      มงคล            ดลสวัสดิ์
                                    พูนพิพัฒน์                    ปราโมทย์           ประโยชน์สาม
                                    เจริญศักดิ์                      เจริญศรี            ความดีงาม
                                    เจริญธรรม                     เจริญสุข            ทุกประการฯ
         
พระคาถาที่ ๒

ปฏิรูปเทสวาโส จ       ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา
อตฺตสมฺมาปณิธิ จ       เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ

๔.ปฏิรูปเทสวาโส จ

                                              พันธุ์ไม้ใหญ่      ปลูกไว้             ในกระถาง
                                 จะมีทาง                        โตใหญ่             ได้ละหรือ
                                 คงแคระแกร็น                เฉาตาย            เมื่อปลายมือ
                                 ที่ปลูกคือ                      เหตุให้              ไม้งามดี

                                           สังคมเลว           ใครมา              อยู่อาศัย
                                ก็พาให้                         ต่ำต้อย             ด้อยศักดิ์ศรี
                               สังคมดี                         เสริมให้             คนได้ดี
                               เปรียบอย่างนี้               คงเข้าใจ            ได้ทั่วกัน ฯ

๕.ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา

                                         สร้างบาป          บาปสาป           ให้ชั่วโฉด
                             สร้างบุญ                       บุญโปรด           ให้เฉิดฉัน
                             บาปบุญ                        แบ่งแยก            คนแปลกกัน
                             ให้ต่างชั้น                      เลวดี                 นี้แน่นอน

                                      สร้างบุญไว้          บุญช่วย             อำนวยโชค
                             ทั้งทางโลก                    ทางธรรม           สมคำสอน
                            ได้ลาภยศ                      สรรเสริญ           เจริญพร
                             สุขถาวร                        เพราะกุศล        ดลบันดาล ฯ

๖.อตฺตสมฺมาปณิธิ จ

                                        มีบุญเก่า           บุญใหม่            มิได้สร้าง
                            เป็นช่องทาง                   เก่าใหม่             ไม่ประสาน
                            การตั้งตน                      ไว้ชอบ              ระบอบการ
                          ย่อมประสาน              เก่าใหม่             ให้สมบูรณ์ ฯ

เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ

                                       สามประการ      มงคล                ดลสวัสดิ์
                           พูนพิพัฒน์                    ตัดร้าย               มลายสูญ
                          เจริญศักดิ์                      เจริญศรี             ทวีคูณ
                          เจริญบุญ                       เจริญสุข             ทุกประการ ฯ

พระคาถาที่ ๓

พาหุสจฺจญฺจ สิปฺปญฺจ วินโย จ สุสิกฺขิโต
สุภาสิตา จ ยา วาจา    เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ

๗.พาหุสจฺจญฺจ

                                    การศึกษา          พาให้                ได้ความคิด
                        นำชีวิต                          ก้าวหน้า            อย่าสงสัย
                        ศึกษามาก                     มองทาง             ได้กว้างไกล
                        ควรสนใจ                      แสวงหา              วิชาการ ฯ

๘.สิปฺปญฺจ

                                    มีวิชา                ต้องมี                วิธีใช้
                        จึงจะได้                         ผลประจักษ์       เป็นหลักฐาน
                        ต้องฝึกคิด                     ฝึกทำ               ให้ชำนาญ
                        ทั้งเชี่ยวชาญ                  ศิลปะ               หัตถกรรม
                                    ความสามารถ    ใช้วิชา               ชื่อว่า “ศิลป์”
                        ใครถวิล                        ฝึกไว้                ไม่ถลำ
                        ย่อมฉลาด                     ในกิจ                ที่คิดทำ
                        ไม่เพลี่ยงพล้ำ                กิจการ              งานนานา ฯ

๙.วินโย จ สุสิกฺขิโต

                                    เมื่อมีศิลป์         มีศาสตร์            ฉลาดแล้ว
                        ต้องรู้แนว                      วินัย                  ไว้รักษา
                        พฤติกรรม                     ให้ดี                  มีจรรยา
                        งามสง่า                         สมศักดิ์            สมหลักธรรม ฯ

๑๐.สุภาสิตา จ ยา วาจา

                                    พูดจากัน           สรรหา              สุภาษิต
                        พูดผูกมิตร                     กันไว้                ให้คมขำ
                        ไม่พูดมาก                     พูดน้อย            ทุกถ้อยคำ
                        ให้ดื่มด่ำ                       ไพเราะ              เสนาะฟัง ฯ

เอตมฺมงฺคลมตฺตมํ

                                    สี่ประการ          มงคล                ดลสวัสดิ์
                        พูนพิพัฒน์                    สุขสม               อารมณ์หวัง
                        เจริญศักดิ์                      เจริญศรี            ยืนจีรัง
                        ไม่ผิดหวัง                      สมสุข               ทุกประการ ฯ

 ***

           

วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562

คำสอน..หลวงพ่อ (1)


ธรรมปรัชญา
พระธรรมพุทธิมงคล


พระธรรมพุทธิมงคล (สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.๘) เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร และเจ้าของโครงการผู้สร้างพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผา “สมเด็จพระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ” ขนาดความสูง ๓๕ เมตร หน้าตักกว้าง ๒๕ เมตร ณ ภูผามังกรบิน เขตโบราณสถานเมืองอู่ทอง สุพรรณบุรี มีผลงานอันเกี่ยวเนื่องกับการบำรุงพระพุทธศาสนาทั้งในด้านการพัฒนา และการเผยแพร่ธรรมเป็นจำนวนมาก

ธรรมปรัชญาที่นำมาลงไว้นี้ประพันธ์โดย พระธรรมพุทธมงคล(สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.๘) ยังครั้งดำรงสมณศักดิ์พระราชปริยัติสุธี(พ.ศ.๒๕๓๙-๒๕๕๑) มีอยู่ด้วยกัน 3 เล่ม แบ่งเป็น เสียงพระ เสียงเพลง ภาค ๑ ศีลธรรมและมงคลภาษิต ,เสียงพระ เสียงเพลง ภาค ๒  ทศบารมี และทศพิธราชธรรม และเสียงพระ เสียงเพลง ภาค ๓ อนุปุพพีกถา และจตุราริยสัจ พลังเหนือชีวิต ธรรมปรัชญาทั้ง ๓ เล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนนับล้านเล่ม โดย “สยามสุวรรณภูมิ” ได้รับอนุญาตให้คัดลอกเผยแพร่ต่อพุทธศาสนิกชน ตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๒

เสียงพระ เสียงเพลง ภาค ๑
ศีล-ธรรม
                                                          
                                                ยกสิบนิ้ว           ประณม            ก้มศรีษะ
กราบคุณพระ                รัตนะ               อดิสัย
ยึดพระคุณ                    เป็นที่พึ่ง           หนึ่งในใจ
ขอปวงภัย                     หมู่มาร             อย่าราญรอน

                                                 ด้วยกุศล           ดลจิต               จึงคิดแต่ง
กลอนสำแดง                 หลักธรรม          คำสั่งสอน
ของสมเด็จ                    จอมมุนินทร์       ชินวร
กราบขอพร                    พระช่วย            อำนวยชัย

                                                จะขอเริ่ม           พรรณนา           ศีลห้าข้อ
แต่โดยย่อ                      พองาม             ตามวิสัย
เพื่อสะดวก                    แก่ปวงชน         ผู้สนใจ
จดจำไว้                         ปฏิบัติ              เพื่อขัดเกลา

                                                ในศีลห้า            ข้อหนึ่ง             พึงกำหนด
ขึ้นต้นบท                      “ปาณา”           ห้ามฆ่าเขา
ข้อที่สอง                       “อทินนา”          อย่าถือเอา
ของที่เขา                       มีให้                 อย่าใฝ่ปอง

                                                ข้อที่สาม           “กาเม”              เล่ห์สวาท
ต้องเว้นขาด                   คู่เขา               เราอย่าข้อง
ข้อที่สี่                           “มุสา”              อย่าคะนอง
คำพูดต้อง                     ตามสัตย์          อรรถกรรม

                                                ข้อที่ห้า             “สุรา”                 ท่านว่าไว้
ห้ามมิให้                       ดื่มเหล้า            ทั้งเช้าค่ำ
เฮโรอีน                         ยาบ้า                พาระยำ
ท่านแนะนำ                   ให้งด                เพื่อหมดเวร

                                                อันบาปกรรม     ทั้งห้า                ถ้าไม่ละ
บาปนั้นจะ                    ส่งวิบาก            ให้ยากเข็ญ
ตามประเภท                 เหตุที่ทำ            เป็นกรรมเวร
คิดให้เห็น                      เว้นให้ไกล         อย่าได้ทำ

                                                การเบียดเบียน   ชีวิต                 ปลิดชีพเขา
ทำให้เรา                       อายุน้อย           ถอยลงต่ำ
ปราศจาก                      อนามัย             ไข้ประจำ
ผู้ใดทำ                          กรรมนี้ไว้           ชีพไม่ยืน

                                                ปล้นสดม          โกงกิน                ทรัพย์สินเขา
จะร้อนเร่า                     จิตใจ                 ไม่แช่มชื่น
บางคราวรวย                 ก็อย่าหวัง          ว่ายั่งยืน
ต้องเป็นอื่น                    และจนลง          อย่าสงกา

                                                การสมสู่            คู่ครอง               ของผู้อื่น
ก็จะชื่น                         ชั่วประเดี๋ยว       จริงเจียวหนา
ผลของกรรม                  ทำให้มี              ไพรีมา
เบียฬบีทา                     ปองชีวิต             คิดผูกเวร

                                                การพูดหลอก     ลวงใคร             ให้หลงผิด
โทษจะติด                     ตามตน             ให้คนเห็น
จะถูกคู่                         ใส่ความ            ตามประเด็น
เท็จจริงเป็น                    อย่างไร             เขาไม่ฟัง

                                                การดื่มเหล้า       เมายา              ว่าให้คิด
ถ้าเสพติด                     ทษร้าย              เมื่อภายหลัง
ต้องเสื่อมทรัพย์             อับโชค              โรคประดัง
ทอนกำลัง                     ปัญญา             พาให้ทราม

                        เรื่องศีลห้า         ว่าให้ฟัง            โดยสังเขป
ใช่แนมเหน็บ                 โกรธเกลียด       คิดเหยียดหยาม
ว่าให้ฟัง                        ฝากให้คิด         พินิจความ
หากเห็นงาม                 ประพฤติเถิด      เกิดมงคลฯ

    ***

                                                จะรักษา            ศีลห้า                ดังว่านั้น
ให้คงมั่น                       ศักดิ์สิทธิ์           สัมฤทธิ์ผล
จำต้องมี                       คุณธรรม           ประจำตน
ตามยุบล                      โบราณ              ท่านสอนมา

                                                ข้อที่หนึ่ง           พึงระวัง             ยั้งความโกรธ
ไม่เหี้ยมโหด                  ใฝ่จิต                ริษยา
รู้โอบอ้อม                      อารี                  มีเมตตา
กรุณา                           เป็นธรรม          ประจำใจ

                                                สองเลี้ยงชีพ      โดยสัมมา          อาชีวะ
รู้สละ                            รู้ประหยัด         อัชฌาสัย
ข้อที่สาม                       คู่ครอง              ของใครใคร
ไม่สนใจ                        ยินดีอยู่             แต่คู่ตน

                                                ข้อที่สี่                มีสัตย์               ประหยัดปาก
ไม่พูดมาก                     กลอกกลับ        ให้สับสน
ข้อที่ห้า                         สติตั้ง                ระวังตน
อยากก็ทน                     หักห้าม             ไม่ตามใจ

                                                ท่านผู้ใด            ใจบุญ               รู้คุณค่า
ของศีลห้า                     เบญจธรรม       ดังคำไข
ประพฤติมั่น                  อยู่เสมอ           ไม่เผลอใจ
จะต้องได้                      ผลดี                 มีแก่ตน

                                                อานิสงส์            ข้อที่หนึ่ง            นั้นพึงรู้
ชีพจะอยู่                       วัฒนา               อย่าฉงน
อนามัย                         สมบูรณ์            จำรูญชนม์
ถึงร้อยฝน                      เทียวนะ            จึงจะตาย

                                                ข้อที่สอง            สมบัติ               พัสถาน
จะโอฬาร                      ล้นหลาก           มีมากหลาย
ยามใช้สอย                   ไม่ขาดแคลน     แสนสบาย
ใช้จนตาย                      ไม่จน               เพราะผลบุญ

                                                ข้อที่สาม           จะไม่มี              ไพรีร้าย
มาปองหมาย                 ชีวิต                 คิดเฉียวฉุน
จะได้คู่                          เป็นศรี              มีแต่คุณ
ไม่หันหุน                       กลับหลอก        คิดนอกใจ

                                                ข้อที่สี่               พูดอะไร             ใครก็เชื่อ
คนไม่เบื่อ                      ระอา                เมื่อปราศรัย
จะเชิญชวน                    ชายหญิง          ทำสิ่งใด
เขาเต็มใจ                      พร้อมพรัก         สมัครทำ

                                                 ข้อที่ห้า             อานิสงส์            จงประจักษ์
จะมีหลัก                       จรรยา               ท่าคมขำ
มีสติ                             มั่นคง                ความทรงจำ
ปัญญาล้ำ                     เลิศสัตว์             ในปฐพี

                                                หากเห็นจริง       หญิงชาย           ทั้งหลายเอ๋ย
อย่าละเลย                    พยายาม           ตามวิถี
ประพฤติเถิด                  เกิดผล             กุศลมี
เป็นความดี                    ติดอาสน์          ทุกชาติไป

                                                ก่อนจบกลอน     สอนสั่ง             ลงครั้งนี้
ข้อความมี                     ผิดพลาด          ขาดตรงไหน
ขอปวงปราชญ์               ยกโทษ            โปรดอภัย
เพราะยังไม่                   เจนจัด             สันทัดกลอน

                                                ตอนใดดี            มีสาระ             เป็นประโยชน์
ขอได้โปรด                    จดจำ               ทำและสอน
เพื่อให้โลก                    วัฒนา              สถาพร
ขอจบกลอน                  พาที                 เท่านี้เอยฯ

 ***