โพสต์แนะนำ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของเก่าเล่าอดีต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ของเก่าเล่าอดีต แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เทพเจ้าจีน ๑


เทพเจ้ากวนอู
สมัยราชวงศ์หมิง
(พ.ศ.๑๙๑๑-๒๑๘๗)



              กวนอู มีชีวิตอยู่ในยุคสามก๊ก(พ.ศ.๗๖๓-๘๒๓) ได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์และจงรักภักดี เป็นผู้มีความกตัญญูรู้คุณคน ในแผ่นดินจีนหลังยุคสมัยสามก๊กลงมานับตั้งแต่ราชสำนักจนถึงประชาชนเดินดินล้วนยกย่องเทิดทูนให้กวนเป็นเทพอันควรต่อการสักการบูชา นอกจากฐานะเทพแห่งความซื่อสัตย์แล้ว ยังดำรงฐานะเทพอุปถัมภ์ และเทพผู้ปกป้องคุ้มครอง


Bronze Guan yu ming dynasty 14-16th century

Bronze Guan yu ming dynasty 85 cm.height

              ประติมากรรมกวนอูนี้ ได้รับการสร้างปั้นและหล่อขึ้นด้วยโลหะสำริด ในสมัยราชวงศ์หมิง มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๒ (พ.ศ.๑๙๑๑-๒๑๘๗) ขนาดความสูง ๘๕ ซ.ม.แสดงถึงบุคลิกที่มีนัยน์ตายาวรี คิ้วหนอนไหม เครายาวถึงอก มีอาวุธประจำกายง้าวรูปจันทร์เสี้ยว หรือง้าวมังกรเขียว ยาว ๑๑ ศอก หนัก ๘๒ ชั่ง

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระนางพญา ๖

พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง
กรุวัดนางพญา เมืองพิษณุโลก


            พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง เป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากพุทธลักษณ์ ได้สัดส่วน องค์พระโดดเด่นเป็นสง่า สัญลักษณ์อยู่ที่พระชงฆ์(แข้ง)ขวา วางรับกับพระชงฆ์ซ้ายที่อยู่ด้านล่างเป็นแนวโค้งตกท้องช้างอย่างสวยงาม


            พระนางพญา เป็นพระเครื่องที่แตกกรุภายในวัดนางพญา เมืองพิษณุโลก ในคราวเด็จประพาสต้นของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีพ.ศ.๒๔๔๔   มีอายุการสร้างนานกว่า ๔๐๐ ปี สร้างในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ในแผ่นดินอยุธยา เมื่อมีการพบที่วัดนางพญา จึงเป็นที่เชื่อถือกันว่าเป็นพระที่สร้างโดยสมเด็จพระวิสุทธิกษัตรีย์ อัครมเหสี ผู้ทรงเป็นพระราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ และสมเด็จพระศรีสุริโยทัย และทรงเป็นพระราชมารดา พระสุพรรณกัลยา สมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระเอกาทศรถ


            พระนางพญา เป็นศิลปะอยุธยาที่ได้รับอิทธิพลของสุโขทัย มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละพิมพ์ทรง ด้วยเนื้อหาหลักที่เป็นดินมีทั้งผ่านการกรองและมีกรวดทรายปน จึงทำให้พระนางพญามีเนื้อหาแยกออกเป็นเนื้อหยาบ  และเนื้อละเอียด  ซึ่งจัดว่ามีความโดดเด่นในแต่ละประเภท  รู้จักกันดีใน ๗ พิมพ์ทรง ได้แก่ พิมพ์เข่าโค้ง พิมพ์เข่าตรง พิมพ์อกนูนใหญ่ พิมพ์อกนูนเล็ก พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์เทวดา(อกแฟบ) และพิมพ์เข่าบ่วง


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********


วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระกรุวัดใหญ่ชัยมงคล


พระปางมารวิชัยเคลือบ
กรุวัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา


              พระปางมารวิชัยเคลือบ หรือที่เรียกกันทั่วไปในหมู่ผู้นิยมสะสมพระเครื่องว่า “พระขุนแผนเคลือบ” กรุวัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เป็นพระเครื่องที่เชื่อกันว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อคราวได้รับชัยชนะในศึกยุทธหัตถีเมื่อปีพ.ศ.๒๑๓๕ แตกกรุในราวปีพ.ศ.๒๔๔๐ และมีการลักลอบขุดเรื่อยมา จนต่อมาปีพ.ศ.๒๕๐๐ หลังการสำรวจของกรมศิลปากรเสร็จสิ้น จึงมีการปิดทับกรุพระเจดีย์อย่างถาวร

              พระเครื่องที่พบภายในพระเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล มีด้วยกันหลายแบบพิมพ์ทรง แต่ที่เป็นพระปฏิมาปางมารวิชัยใต้เคลือบ มีอยู่ด้วยกัน ๓ พิมพ์ทรง คือ พิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ฐานสูง ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ฐานเตี้ย และพิมพ์แขนอ่อน  ได้รับความนิยมสืบเนื่องนับจากอดีตถึงปัจจุบันทั้ง ๓ พิมพ์ทรง ในจำนวนนี้พระพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ เป็นแบบพิมพ์ทรงเดียวกับพระพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่เนื้อดินเผา กรุวัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์  จ.สุพรรณบุรี ซึ่งท่านอาจารย์มนัส โอภากุล นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสุพรรณบุรี ยืนยันว่า เริ่มมีการแตกกรุในช่วงปีพ.ศ.๒๔๔๐(1) เป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับการแตกกรุของวัดใหญ่ชัยมงคล

พระวัดบ้านกร่าง พิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่
ภาพจาก:หนังสือพระฯเมืองสุพรรณ ของ อ.มนัส โอภากุล

             ด้วยพุทธลักษณ์ แม้พระพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่จะสร้างในสมัยอยุธยา แต่ก็มีศิลปะสกุลช่างสุพรรณภูมิ(อู่ทอง)รวมอยู่ เมื่อพิจารณาจากพงศาวดารการเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในครั้งศึกยุทธหัตถีที่หนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี จึงสันนิษฐานได้ว่า พระพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่และพิมพ์อื่น ๆของกรุวัดบ้านกร่าง ถูกสร้างเตรียมไว้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจต่อบรรดาทหารหาญของพระองค์ก่อนสู้ศึก โดยสร้างเนื้อดินเผาที่ไม่ผ่านการกรองดินเพราะเป็นช่วงเวลาเร่งรีบ หลังได้รับชัยชนะด้วยการปลิดพระชนม์ชีพมังกะยอชวา อุปราชแห่งหงสาวดี จึงมีการนำแบบพิมพ์หลักไปเป็นต้นแบบการสร้างอย่างประณีตสวยงามมากขึ้น เพื่อบรรจุ ณ พระเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล

ด้านหน้า พระปางมารวิชัย ห้าเหลี่ยม อกใหญ่ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล
ปรากฏคราบกรุจากการออกไซด์ของแร่โลหะในดิน และรอยรานจากน้ำเคลือบ

              พระพิมพ์ปางมารวิชัย ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล เป็นงานสร้างพระพิมพ์ที่ใช้เทคนิคการเผาเคลือบแบบจีน ใช้เนื้อดินขาวและส่วนผสมมวลสารมงคล แล้วเผาเคลือบใสแบบราน ผิวพระบริเวณที่เคลือบจึงมีความใสเห็นรอยรานและเนื้อใน เป็นเทคนิคหนึ่งที่ได้รับความนิยมอยู่ในสมัยนั้น เมื่อนำพระเคลือบที่ได้ไปผ่านกระบวนการต่าง ๆจนบรรจุเข้ากรุในพระเจดีย์ อุณหภูมิจากความร้อนและเย็นอบอยู่ในภายกรุเป็นเวลานาน ออกไซด์ของแร่เหล็กและตะกั่วที่อยู่ในเนื้อดินและน้ำเคลือบ จะขึ้นมาปกคลุมผิวด้านบน กลายเป็นคราบกรุที่ใช้สำหรับการพิจารณา

ด้านหลังพระปางมรวิชัยเคลือบ เป้นรอยกดเนื้อพระลงบล็อก
หากส่องด้วยกล้องขยายจะพบรอยยุบย่นและรูพรุนปลายเข็มทุกอณู

              คราบของพระเคลือบกรุวัดใหญ่ชัยมงคล ในด้านหน้าส่วนของน้ำเคลือบ มีการเปลี่ยนแปลงอันเเกิดจากออกไซด์ของเหล็กและตะกั่ว เป็นจ้ำรูปทรงไม่แน่นอน ออกไซด์นี้จะเปลี่ยนสภาพเป็นสีดำด้านในภายหลัง และถูกเกาะกุมด้วยปรอทที่เกิดความร้อนชื้นภายในองค์พระเจดีย์ นอกจากนี้ยังมีคราบฝุ่นละอองที่เกาะติดแน่น ซึ่งจะพิจารณาได้ในพระเครื่องที่ไม่ผ่านการใช้ ส่วนพระที่ผ่านการใช้บูชา จะปรากฏเพียงคราบจ้ำดำคล้ำแต่ไม่ดำสนิทกระจายอยู่ทั่วองค์พระ ส่วนด้านหลังองค์พระที่ไม่ถูกน้ำเคลือบ เนื้อจะเรียบมีเพียงแอ่งจากการกดแม่พิมพ์ มีแบบที่เป็นรอยนิ้วและรอยกดเรียบ แต่จะไม่เป็นรูพรุนใหญ่ชัดเจน.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

เอกสารอ้างอิง
(1) มนัส โอภากุล.พระฯเมืองสุพรรณ.มนัสการพิมพ์.สุพรรณบุรี.พ.ศ.๒๕๓๖.

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระยืนประทานพร ภาคใต้



พระยืนประทานพร
กรุวัดนางตรา นครศรีธรรมราช

พระยืนประทานพร ศิลปะบายน
เป็นพระพิมพ์ลึกรายละเอียดติดชัดเจนทุกส่วน
              
             พระยืนปางประทานพร เนื้อตะกั่วสนิมแดง ศิลปะเขมรแบบบายน พบที่กรุวัดนางตรา จ.นครศรีธรรมราช ลักษณะเด่นของพระเครื่องในศิลปะนี้ พระพักตร์ก้ม พระเนตรดุดัน พระโอษฐ์หนา แสยะยิ้ม พระวรกายบึกบึนเข้มแข็ง แสดงถึงความเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่ และมีพลังอำนาจน่าเกรงขาม

ด้านหลัง เป็นแบบหลังร่อง หรือหลังรางปืน

              ในประเทศไทย พระยืนปางประทานพร ที่พบโดยมากเป็นศิลปะแบบลพบุรี โดยพัฒนามาจากศิลปะแบบบายน ผสมผสานกับศิลปะท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม จึงได้ความนุ่มนวลแทนความดุดันแข็งกระด้าง โดยพระพักตร์และดวงเนตรจะแสดงความอ่อนหวาน พระโอษฐ์ปรากฏรอยพระสรวลเล็กน้อย แสดงถึงความมีเมตตา พระวรกายสมส่วนไม่บึกบึน แสดงถึงความเป็นธรรมราชาของพระมหากษัตริย์ที่ใช้หลักเมตตาธรรมปกครองแผ่นดิน.

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ

........จันทร์พลูหลวง............

*********

พระซุ้มกอปรกโพธิ์


ซุ้มกอปรกโพธิ์
กรุวัดซุ้มกอ กำแพงเพชร


             ในบรรดาพระเครื่องตระกูลกำแพงเพชร ที่โดดเด่นที่สุดก็เห็นจะเป็น “พระซุ้มกอ”พระพิมพ์ปางสมาธิขอบซุ้มกนก เป็นพระเครื่องที่ได้รับความนิยมหนึ่งในพระชุดเบญจภาคี แต่ในจำนวนพระที่ขึ้นจากกรุในจำนวนราว ๕๐ กรุทั้งฝั่งในและนอกทุ่งเศรษฐีนั้น มีพระพิมพ์หนึ่งที่เรียกว่า “พระซุ้มกอพิมพ์ปรกโพธิ์”รวมอยู่ด้วย


              พระซุ้มกอพิมพ์ปรกโพธิ์ ตามคำบอกล่าของคนในอดีตยืนยันว่าขึ้นจากกรุวัดซุ้มกอ ฝั่งทุ่งเศรษฐี รูปทรงสัณฐานเป็นแบบเล็บมือ กว้าง ๒.๒ ซ.ม.สูงจากฐานถึงยอดบน ๓.๔ ซ.ม.องค์พระขนาดหน้าตัก ๒ ซ.ม.สูงจากฐานถึงยอดพระเกศ ๒.๕ ซ.ม.ประทับนั่งปางสมาธิ ขัดสมาธิราบ พระพักตร์กลมนูนแบบอนุราชปุระ พระเกศตรงชนรัศมี ลำพระองค์อวบตัน ซอกพระพาหา(แขน)ลึกทั้งสองด้าน หัตถ์ทั้งสองข้างประสานบนพระเพลา(ตัก) ประทับนั่งบนฐานบัว ๕ กลีบ ภายในซุ้มเรือนแก้ว นอกซุ้มเรือนแก้วเป็นกิ่งก้านและใบโพธิ์เรียงสองชั้นอยู่โดยรอบส่วนบน ด้านหลังเป็นแบบหลังนูน

              พระซุ้มกอพิมพ์นี้ เป็นพระที่สร้างขึ้นจากเนื้อดินผสมมวลสารนานาชนิดอันเป็นมงคล ปฏิกิริยาทางธรรมชาติที่แม้จะเป็นพระเนื้อดินแต่ก็มีการคลายตัวของส่วนผสมภายในองค์พระ ดุจเดียวกับพระสมเด็จฯที่บรรจุไว้ในกรุพระเจดีย์ จึงเชื่อได้ว่าพระซุ้มกอพิมพ์ปรกโพธิ์นี้มีส่วนผสมที่เป็นน้ำประสาน(Linseed)เพื่อให้เนื้อหามวลสารต่าง ๆเข้ากันเป็นเนื้อเดียว เมื่อผ่านเวลามานานจึงเกิดปฏิกิริยาทางเคมี


              องค์พระที่นำไปประดิษฐานภายในกรุต่าง ๆ ผ่านความร้อน อบอ้าว เย็น และชื้นตามสภาพอากาศ มีผลให้น้ำประสานที่อยู่ภายในไหลออกมาอาบภายนอกองค์พระจนทั่ว ในบางตำแหน่งจะพบรอยรูขนาดเล็กที่เป็นเส้นทางของการหลั่งสารภายใน และเกิดราดำราขาวเข้าเกาะกุมผิวอีกชั้นหนึ่ง ผสมผสานกับฝุ่นละอองเศษอิฐเศษดินกลายเป็นคราบกรุ ที่บ่งบอกถึงความเก่าหลายร้อยปี

              ลักษณะเนื้อพระตามที่นำมากล่าวนี้ อาจพบได้ในพระแบบพิมพ์อื่นที่อยู่ตระกูลกำแพงเพชร หากมีโอกาสพบก็ควรอนุรักษ์ไว้ แม้จะไม่ได้รับความนิยมจากกระแส แต่ก็เป็นพระเครื่องโบราณที่ผ่านกระบวนการสร้างและพุทธาภิเษกอย่างเข้มขลัง ทั้งพุทธคุณและความศักดิ์สิทธิ์เหมือนพระพิมพ์นิยมทุกประการ.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

พระกรุสุพรรณ


ขุนหลวงพ่องั่ว
กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ


ในบรรดาพระเครื่องภายในกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี นอกเหนือจากพระผงสุพรรณ และพระพิมพ์อื่น ๆที่รู้จักกันแพร่หลายแล้ว ยังมีพระเนื้อชินเงินอีกชนิดหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนกล่าวถึง ในรอบ ๔๐ มานี้มีเพียงคนเดียวคือท่านอาจารย์มนัส โอภากุล ครูใหญ่ด้านโบราณคดีและวัตถุโบราณเมืองสุพรรณ อาจารย์มนัสเขียนไว้ในหนังสือ “พระฯเมืองสุพรรณ” ระบุถึงพระพิมพ์เนื้อชินเงินที่มีอยู่หลายพิมพ์ทรง และตั้งข้อสังเกตในพระเนื้อโลหะขนิดหนึ่งว่า


            “..ยังมีเนื้อพระอีกชนิดหนึ่งไม่รู้ว่าเนื้ออะไร ลักษณะของเนื้อเป็นเม็ด ๆ เหมือนทรายขาวสะอาด ข้าพเจ้าเคยเข้าใจเอาเองว่าเป็นส่วนผสมของอลูมิเนียม ถูกผู้รู้จากกรมโลหะกิจคัดค้านมา ก็ต้องยอมจำนนว่าไม่ใช่ทำด้วยอลูมิเนียม เนื้อดังกล่าวนี้มีจำนวนน้อย...”

พระดังกล่าวนั้น เท่าที่เคยพิจารณามีอยู่ด้วยกัน ๕-๖ พิมพ์ทรง แต่มีจำนวนน้อย จึงไม่ได้เป็นที่นิยมในวงการนักสะสมสักเท่าใด ทำให้ถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย แต่หากผู้ที่มีความรู้ด้านวัตถุโบราณลักษณะนี้พบเห็น ก็เป็นเรื่องยากที่จะปล่อยให้หลุดมือ


ในบทความนี้ได้นำพระเครื่องลักษณะดังกล่าวของกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุมาลงไว้พิมพ์หนึ่ง เป็นรูปทรงกรอบพิมพ์สี่เหลี่ยมผืนผ้า ขอบด้านบนทั้งสองด้านโค้งเข้าหากันไปจรดเกือบกึ่งกลาง มองดูส่วนบนคล้ายกลีบบัว ลงมาคั่นด้วยลายขอบก่อนถึงซุ้มเรือนแก้วทรงกลีบบัว

องค์พระตอนบนเป็นขอบกระจังสวมมงกุฎ หรือ “เทริดขนนก” ๕ กลีบลดหลั่นจากด้านริมไปถึงกลีบกลาง  กลีบส่วนกลางวิ่งตรงรับกับพระเกศที่ยาวไปชนซุ้มเรือนแก้วแล้วทะลุขึ้นไปชนขอบพิมพ์ด้านบนสุด ใต้ขอบกระจังลึกก่อนถึงพระนลาฏ(หน้าผาก)รับกับพระขนง(คิ้ว)คล้ายปีกกาไม่สมดุล พระพักตร์ตอบ พระเนตรปูนเล็กน้อย พระนาสิกยาวลงมาจากพระขนง(คิ้ว)จรดริมพระโอษฐ์ เป็นพระพักตร์แบบสุพรรณภูมิยุคต้น หรือบางทีเรียกว่า อู่ทอง-ลพบุรี 


พระศอเห็นเลือนราง พระอังสา(ไหล่)ทั้งสองด้านตั้งผึ่งผาย พระพาหาซ้ายวาดวงพระกรวางบนพระเพลา  พระพาหาขวาสอบลงมาใกล้ลำพระองค์ก่อนจะผายออกเล็กน้อยแล้ววางพาดพระชานุ(เข่า)ขวาเลยลงมาถึงฐานบัวคว่ำบัวหงายลักษณะแบบลอยองค์ ถัดลงไปมีฐานบัวรองรับที่ขอบพิมพ์อีกชั้นหนึ่ง

พุทธลักษณ์ของพระพิมพ์ทรงเครื่องนี้ มีความสง่างามอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะ ตามคติพุทธและพราหมณ์(Hindu Buddhism) ที่ผู้ปกครองสูงสุดของอาณาจักรมีฐานะเป็นทั้ง “ธรรมราชา” และเทวราชา”ในเวลาเดียวกัน เมื่อถูกพบภายในปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันยาวนานบนแผ่นดินสุพรรณภูมิ จึงได้รับการกำหนดพิมพ์ทรงเฉพาะผู้รู้ในอดีตว่าเป็นพระพิมพ์ “ขุนหลวงพ่องั่ว” อย่างแท้จริง




พระพิมพ์ขุนหลวงพ่องั่ว กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุนี้ เป็นพุทธศิลป์ที่อาจเป็นต้นแบบของ พระผงสุพรรณพิมพ์หน้าแก่ ที่สร้างบรรจุไว้ภายในกรุเดียวกัน นอกจากนั้นพระเครื่องที่อยู่ในสมัยเดียวกันยังเห็นได้ชัดจาก พระท่ากระดาน เนื้อชินตะกั่ว กรุศรีสวัสดิ์และกรุหลักเมืองกาญจน์ ยังรวมถึงพระพิมพ์เนื้อดินเผาที่เรียกว่า”ขุนแผนไข่ผ่าซีก” กรุวัดพระรูป สุพรรณบุรี เป็นต้น 


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********




วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2561

พระกริ่ง ๓


ครอบน้ำมนตร์-พระกริ่ง 
(สำหรับผู้ปฏิบัติราชการเชียงตุง)
  

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไทยกับญี่ปุ่นลงนามเป็นพันธมิตรร่วมกัน จอมพลแปลก พิบูลสงคราม ผู้นำรัฐบาลไทยขณะนั้น ได้ส่งพลตรีผิน ชุณหะวัณ เป็นแม่ทัพในนามกองทัพพายัพ เข้ายึดเชียงตุงในวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๔๘๕ มาเป็นส่วนหนึ่งของไทยในนาม”สหรัฐไทย” จากนั้นรัฐบาลไทยได้ทูลเชิญเจ้าฟ้าสิริสุวรรณราชยศ พรหมลือ โอรสของเจ้าก้อนแก้วอินแถลง มาเป็นเจ้าครองเมืองเชียงตุง โดยมีพลตรีผิน เป็นข้าหลวงใหญ่

ในปีรุ่งขึ้น พ.ศ.๒๔๘๖ รัฐบาลได้จัดให้ข้าราชการและพระสงฆ์ เดินทางไปประจำยังเชียงตุง  เวลานั้น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงทรงจัดสร้างครอบน้ำพระพุทธมนตร์และพระกริ่งเพื่อให้บรรดาข้าราชการและพระสงฆ์ในคณะนี้ได้นำไปสักการะบูชาป้องกันโรคภัย

ด้านข้างครอบน้ำพระพุทธมนตร์ มีการจารอักษรภาษาไทย ระบุข้อความว่า
ที่ระลึก
เพื่อให้พระเถระและข้าราชการ
ผู้ไปปฏิบัติราชการเชียงตุ(ง)
พ.ศ.๒๔๘๖
วัดสุทัศน์เทพวราราม

ครอบน้ำพระพุทธมนตร์ สร้างจากเนื้อโลหะสำริด  เป็นแบบเดียวกับ “ขันปทุมโลหิต”ขนาดย่อมเส้นผ่าศูนย์กลาง ๕ นิ้ว สูง ๑๐ นิ้ว ส่วนของฐานเป็นกลีบบัวคว่ำรอบ ตอนบนเหนือคอฐานเป็นกลีบบัวหงายรอบ ฝาครอบเป็นกลีบบัวคว่ำรอบ บนสุดเป็นดอกบัวตูม(ปทุม) ยอดของดอกบัวประดิษฐานพระกริ่ง ๑ องค์ และภายในครอบน้ำพระพุทธมนตร์อีก ๑ องค์


ด้านหน้าและด้านหลัง
พระกริ่งแบบที่ ๑ ตกแต่งด้วยการตอกตาไก่


ลักษณะของพระกริ่ง เป็นเนื้อสำริด มีอยู่ด้วย ๒ แบบ แบบที่ ๑ พระพักตร์แบบกริ่งจีน ประดิษฐานบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย ๗ กลีบ ความกว้างประมาณ ๒.๓ ซ.ม.ความสูงจากฐานถึงยอดพระเกศ ๓.๘ ซ.ม. ประทับนั่งปางมารวิชัย พระหัตถ์ซ้ายถือวัชระ ด้านล่างบรรจุเม็ดกริ่งแปะแผ่นปะก้น ส่วนแบบที่ ๒ พระพักตร์แบบกริ่งปวเรศ ประทับนั่งปางมารวิชัยเช่นกัน แต่พระหัตถ์ซ้ายถือคล้ายหม้อยาทรงกลมป้อม ความกว้าง ๒.๓ ซ.ม.ความสูง ๔ ซ.ม.


 ด้านหน้าและด้านหลัง
พระกริ่งแบบที่ ๒ ใช้เหล็กแบนตอกแต่งเส้นจีวรเป็นแนวขวาง


พระกริ่งทั้ง ๒ แบบ จัดเป็นพระกริ่งทางคติมหายานที่มีพุทธลักษณ์สวยงามตามแบบ แห่งสำนักวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และมีความสำคัญในฐานะหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งรัฐเชียงตุงได้ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของไทย จนเมื่อญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม สหรัฐไทยนี้จึงตกไปเป็นของอังกฤษ และภายหลังเมื่อพม่าได้รับเอกราช เชียงตุงจึงถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัฐฉาน ประเทศพม่า นับตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๙๑ .


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ

........จันทร์พลูหลวง............

*********


วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

รูปปั้นเล่าจื้อ


รูปปั้นกระเบื้องเคลือบบุคคลสำคัญของจีน 
เป็นศิลปกรรมสมัยราชวงศ์ชิง ราวพุทธศตวรรษที่ 22 
"เล่าจื้อ"เป็นนักปรัชญาเจ้าลัทธิเต๋าชาวจีนที่มีชื่อเสียงที่สุดท่านหนึ่ง
 เป็นผู้เขียนตำรา "เต๋าเต็กเก็ง"มีชีวิตอยู่ในช่วงก่อนปีค.ศ. 500 
ในระหว่างที่จีนเกิดสงครามกลางเมืองหรือยุคซุ่นชิว






***********

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

โถห้าสีสมัยคังซี



โถกระเบื้องห้าสี (Jar Porcelain)
โถมีฝาปิดกระเบื้องเคลือบห้าสีลายพันธุ์ไม้น้ำ กอบัว นก แมลง 
หัตถศิลป์จีนสมัยจักรพรรดิคังซี ราชวงศ์ชิง ราวพุทธศตวรรษที่ 23












By Parot Samparn Photos.


*********

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ถาดห้าสีสมัยจักรพรรดิเจียจิ้ง


ถาดกระเบื้องห้าสีใต้เคลือบ
ลายภาพบุคคลประกอบพิธีใช้ในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์
เป็นที่นิยมในรัชสมัยจักรพรรดิเจียจิ้ง แห่งราชวงศ์หมิง 
ถือเป็นยุคทองของเครื่องลายครามและศาสนา(ลัทธิเต๋า) 
มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 21







By Parot Samparn Photos.

*********

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

จานห้าสีสมัยราชวงศ์ชิง


จานรูปปลาห้าสี ขอบลายครามสองชั้น
ด้านหลังลายขอบห้าสี ตรงกลางเป็นรูปคน
เป็นที่นิยมสมัยราชวงศ์ชิง ราวพุทธศตวรรษที่ 23









By : Parot Samparn Photos.
*********