โพสต์แนะนำ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระเครื่องตระกูลสมเด็จฯ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระเครื่องตระกูลสมเด็จฯ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562

พระสมเด็จฯ๓๗


พระสมเด็จฯวัดระฆัง สองหน้า




              พระสมเด็จฯวัดระฆัง พิมพ์สองหน้า มีจำนวนการสร้างไม่มากนัก ส่วนใหญ่ตกอยู่ในกลุ่มตระกูลเก่าแก่และเป็นสมบัติตกทอดกันมา แต่การพิจารณาพระสมเด็จฯสองหน้า สามารถยึดหลักการที่ตรียัมปวายย้ำว่า การจะพิจารณาพระสมเด็จฯวัดระฆังของแท้ให้ยึดหลักที่การดูเนื้อเป็นสำคัญ เมื่อศึกษาเนื้อหาขององค์พระจนเข้าใจว่าองค์ใดแท้องค์ใดทำเลียนแบบก็จะเกิดความมั่นใจ แต่หากจะเล่นหากันใหม่หมู่ผู้นิยมแล้ว ก็ให้พิจารณารูปแบบพิมพ์ทรงที่ได้รับความนิยมยอมรับประกอบกันไป 

              สำหรับพระสมเด็จฯวัดระฆัง สองหน้า องค์ที่นำมาลงนี้ เป็นพิมพ์ใหญ่นิยมทั้งสองด้าน เป็นการสร้างโดยช่างผู้ทำการกดพิมพ์นำมามวลสารมากดลงในแม่พิมพ์แรกแล้วใช้แม่พิมพ์อีกองค์หนึ่งมาประกบหลังแทนการปาดตามปกติ เมื่อเคาะองค์พระออกมาแล้วจึงได้พระสมเด็จฯวัดระฆังสองหน้า โดยองค์พระสลับสวนทางกัน ตามแบบที่เรียกว่า “พระสวน” โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้องค์พระทั้งสองด้านมีความสมดุลระหว่างด้านบนและด้านล่าง

พระสมเด็จฯวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ด้านหน้า
              ด้านหน้า องค์พระประทับกลางซุ้มครอบแก้ว พระพักตร์กลมรี พระเกศโคนใหญ่ปลายเล็กเฉียงไปทางด้านซ้ายปลายสะบัดชนซุ้ม ข้างพระพักตร์ปรากฏพระกรรณด้านขวาองค์พระสูงกว่าด้านซ้าย ลำพระองค์อวบแบบอกวี  พระอังสา(ไหล่)ซ้าย ยกสูงกว่าด้านขวา ท่อนพระพาหา(แขน)ซ้ายเล็กและหดตัวรัดเข้าไปใต้ท้องพระพาหา พานาภี(ท้อง)ผายออก ตรงพระกัประ(ข้อศอก)ซ้ายองค์พระมีเส้นชายจีวรเฉียงลงไปชนกับพระชานุ(เข่า)ซ้าย พระเพลาโค้ง ประทับนั่งบนฐานสามชั้น ส่วนเส้นซุ้มใหญ่หนาแบบเส้นขนมจีน ใต้เส้นด้านในซุ้มเนื้อพระหดตัวเข้าหาเส้นซุ้มล่างจนกลมมน พื้นผิวทั่วไปไม่สม่ำเสมอ มีคราบแป้งติดอยู่มากโดยเฉพาะในส่วนที่มือไม่สัมผัสถึง นอกจากนี้ด้านขอบมุมบนขวาองค์พระยังมีร่องรอยการยุบตัวของเนื้อพระที่เกิดจากเนื้อเก่าที่นำมาผสมกับเนื้อใหม่

พระสมเด็จฯวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ด้านหลัง

              ส่วนด้านหลัง หรือหน้าที่ ๒ องค์พระเป็นแบบอกวีแต่เล็กกว่า พระพักตร์กลมรีเล็ก โคนพระเกศใหญ่ปลายเล็กเฉียงขึ้นด้านซ้ายองค์พระไปจรดเส้นซุ้ม ในด้านนี้จะปรากฏร่องรอยการหดตัวของเนื้อพระเข้าด้านล่างโดยทั่วไป ทั้งซอกพระพาหา เส้นซุ้มตอนบน และตอนล่างด้านขวาองค์พระ สำหรับสภาพผิวโดยรวมยังมีคราบแป้งทั่วทั้งพื้นองค์พระเช่นเดียวกับด้านหน้า

              องค์พระทั้งสองด้าน แม้จะต่างพิมพ์แต่ก็เป็นพิมพ์นิยมทั้งสองด้าน จุดสำคัญที่ทำให้ดูง่ายคือเนื้อพระแก่น้ำมันตั่งอิ้วทำให้ส่วนที่ถูกสัมผัสปรากฏความฉ่ำหรือหนึกนุ่มอย่างชัดเจน วรรณะทั่วไปออกเหลืองอ่อนฉ่ำ ส่วนด้านข้างมีการตัดขอบชิด และเข้าใจว่าช่างผู้ทำการกดพิมพ์ใช้นิ้วมือลูบขอบทั้งสี่ด้าน เนื้อจึงเรียบ แต่ยังคงมีร่องรอยของการหดตัวทั้งเนื้อพระและส่วนผสมที่เป็นว่านเกสร




              พระสมเด็จฯสองหน้านี้ หากผู้ศึกษาพิจารณาถึงเนื้อพระและพิมพ์ทรง ก็จะเข้าใจได้ไม่ยาก เมื่อมีโอกาสพบอย่ามองข้าม ควรพิจารณาให้ถ้วนถี่ เพราะบางทีไม่แน่ว่าท่านอาจได้ครอบครองสิ่งศักดิ์สิทธิ์อมตะล้ำค่า ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในความครอบครองของชนชั้นสูงมาก่อนก็เป็นได้.



วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯ๓๖


พระสมเด็จฯบางขุนพรหม
พิมพ์ปรกโพธิ์ วัดใหม่อมตรส


             คุณสมบัติประการหนึ่งของพระสมเด็จฯกรุพระเจดีย์ วัดบางขุนพรหมใน คือเนื้อแห้งและแกร่ง เนื้อหลักเป็นปูนเปลือกหอยกาบ เผาแล้วนำมาทุบโขลกจนเป็นผง เมื่อผ่านกระบวนการหมักแล้วนำมานวด คลุกเคล้าด้วยน้ำมันตั่งอิ้ว เนื้อจึงประสานเป็นหนึ่งเดียว ก่อนจะนำไปกดในแม่พิมพ์ แล้วตากจนแห้งก่อนจัดเตรียมเพื่อเข้าสู่พิธีพุทธาภิเษกที่มีเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี)เป็นองค์ประธาน


              พระสมเด็จฯบางขุนพรหม พิมพ์ปรกโพธิ์ จัดเป็นแบบพิมพ์หนึ่งที่ได้รับการรังสรรค์ออกมาเป็นลักษณะเฉพาะแบบลงตัว ตั้งแต่กรอบเส้นบังคับพิมพ์แบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งขึ้น ถัดมาเป็นเส้นซุ้มครอบแก้วมีขนาดเรียวเล็กสม่ำเสมอ การตีวงโค้งด้านบนด้านขวาจะกินพื้นที่เข้าไปมากกว่า พื้นที่ภายในซุ้มต่ำกว่าด้านนอก

              ภายในกรอบซุ้มครอบแก้ว ด้านบนเป็นใบโพธิ์สองฝั่งคั่นกลางด้านพระเกศปลายแหลม ด้านละ ๗ ใบ พระพักตร์ของพระพิมพ์นี้มีการออกแบบให้ปรากฏพระเนตร พระนาสิก และพระโอฐ พระกรรณทั้งสองข้างด้านบนผาย ด้านล่างทิ้งตรงลงมาจรดพระอังสาทั้งสองด้าน พระศอกลืนหายไปกับผนัง พระอังสาซ้ายแคบกว่าด้านขวา ลำพระองค์นูนต่ำ ประทับนั่งแบบสมาธิปลายพระบาทซ้ายคลายออกไปจรดเส้นแซมของฐานชั้นที่ ๓ เส้นแซมนี้ยังมีปรากฏในฐานชั้นที่ ๒ ส่วนชั้นที่ ๑ เป็นแผ่นกระดานมีร่องกลางยาวขนาน ด้านหลังปาดเรียบ


              พระสมเด็จฯบางขุนพรหม องค์นี้จัดเป็นพระองค์หนึ่งที่มีองค์ประกอบของเส้นสายแบบบอบบาง เมื่อพิจารณาควบคู่ไปกับผิวที่มีวรรณะขาวออกเหลืองแห้ง แต่มีความนุ่มนวลอยู่ในตัว ประกอบกับคราบกรุสีน้ำตาลอ่อน-แก่ ในบางตำแหน่งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มความเข้มขลังที่มีกาลเวลากว่า ๑๐๐ ปีเป็นสิ่งยืนยัน จึงจัดเป็นพระสมเด็จฯบางขุนพรหมที่มีความสวยงามทั้งเนื้อหาและพิมพ์ทรงอย่างลงตัวครับ.

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯ๓๕


พระสมเด็จฯบางขุนพรหม
พิมพ์ใหญ่ วัดใหม่อมตรส

             พระสมเด็จฯบางขุนพรหม เป็นพระเครื่องที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี)สร้างขึ้นตามที่เสมียนตราด้วงโยมอุปัฏฐากนิมนต์ให้พระองค์มาเป็นประธานจัดสร้าง มีจำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ แต่การสร้างมีระยะเวลาค่อนข้างจำกัด เจ้าประคุณสมเด็จฯจึงทรงอนุญาตให้ขรัวตาพลอยนำพระสมเด็จฯวัดระฆังมารวมด้วยจำนวนหนึ่ง ส่วนพระสมเด็จฯบางขุนพรหมที่สร้าง ก็ใช้ทั้งแบบพิมพ์ของวัดระฆัง และแบบพิมพ์ที่ทำขึ้นใหม่ พระสมเด็จฯในกรุนี้จึงมีความหลากหลายอยู่พอสมควร


              สำหรับพระสมเด็จฯบางขุนพรหม ที่อัญเชิญมาลงไว้นี้ เป็นพระสมเด็จฯพิมพ์ใหญ่ เป็นพิมพ์ของบางขุนพรหมโดยตรง ซึ่งได้รับความนิยมและการยอมรับอย่างแพร่หลาย ลักษณะของแบบพิมพ์เป็นการแกะพิมพ์ค่อนข้างตื้น เส้นซุ้มโดยรอบมีลักษณะฐานกว้างบนแคบ จึงมองดูเหมือนเส้นซุ้มบาง เอกลักษณ์ของเส้นซุ้มยังอยู่ตอนบนส่วนครอบนั้นเป็นเส้นล้ม

              องค์พระประทับนั่งสมาธิ พระพักตร์ผลมะตูมพระเกศโคนใหญ่ปลายเรียวจรดซุ้ม พระอุระเป็นรูปตัววี พระพาหาและวงพระกรด้านขวาองค์พระวาดเป็นวงโค้ง พระชานุซ้ายยกสูงกว่าด้านขวา เส้นฐานทั้ง ๓ ชั้นมีการบิดตัวเป็นเอกลักษณ์ของพระที่ผ่านการบรรจุอยู่ในพระเจดีย์ ส่วนด้านหลังปาดเรียบ


              วรรณะขององค์พระออกขาวเหลือง ในพระองค์นี้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังปรากฏคราบกรุคลุมอยู่บาง ๆแต่ชัดเจน ออกสีเหลืองน้ำตาลอ่อนและเข้ม เมื่อถูกสัมผัส จะมีความฉ่ำมันวาว เนื้อมีความแห้งและแข็งแกร่ง แต่ก็เปราะจึงต้องระมัดระวังในการอาราธนาบูชา จัดเป็นพระเครื่องของเจ้าประคุณสมเด็จฯอีกองค์หนึ่งที่ควรค่าต่อการศึกษาครับ.

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯ๓๔


พระสมเด็จฯเกศไชโย พิมพ์เจ็ดชั้น 

ผู้สร้าง     : สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)
สถานที่   : วัดไชโยวรวิหาร อ่างทอง
ศิลปะ     : รัตนโกสินทร์
อายุ        : พุทธศตวรรษที่ ๒๔



ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ

........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯ๓๓


สมเด็จฯวัดระฆัง
พิมพ์ทรงฐานแซม

             พระสมเด็จฯวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม ที่อัญเชิญมาลงไว้นี้เป็นแบบพิมพ์ที่ได้รับความนิยมอีกพิมพ์หนึ่ง เนื้อในขาวหม่นอมเขียวเล็กน้อย ได้รับการลงรักน้ำเกลี้ยงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เมื่อรักหลุดร่อนออกไปจึงเห็นเนื้อในที่มีความหนึกนุ่มตามคุณสมบัติของพระสมเด็จฯวัดระฆัง  และเมื่อพิจารณามวลสารพบก้อนผงเก่าฝังอยู่ รวมถึงผงตะไบเงิน และผงตะไบทอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุมงคลที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี)นำมาเป็นส่วนผสมในองค์พระ



              พระสมเด็จฯวัดระฆังองค์นี้ มีขนาด ๒.๓ ซ.ม.สูง ๓.๕ ซ.ม.ทั้งการกดพิมพ์และการตัดขอบสมดุลได้สัดส่วนค่อนข้างสมบูรณ์ และยังมีข้อสังเกตด้วยว่า หลังการกดพิมพ์แล้วนำองค์พระไปตากในสาดหรือกระด้ง อาจถูกคว่ำด้านหน้าลงอย่างไม่ตั้งใจเพราะเป็นการตากจำนวนมาก จึงพบว่าบริเวณพระพักตร์(หน้า) พระอุระ(อก) วงพระกร (แขนท่อนล่าง) พระชานุ(เข่า)ทั้งสองด้าน ตลอดจนหัวฐานทั้ง ๓ ชั้น มีลักษณะแบนเรียบลงไป ซึ่งเกิดขึ้นจากขั้นตอนการตากขณะองค์พระยังไม่แห้งนั่นเอง


              องค์พระได้รับการเก็บรักษาโดยไม่ผ่านการใช้ แต่จากผิวองค์พระที่ถูกคราบฝุ่นเกาะกุมผสมกับการระเหิดของน้ำตั่งอิ้วภายใน คราบจึงฝังอยู่บนผิวเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสวยงามตามธรรมชาติบกพร่องไป กลับทำให้กลายเป็นสิ่งที่น่าศึกษาถึงความเป็นมาและการเก็บรักษาได้อีกทางหนึ่งครับ.

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********



วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯ๓๒


พระสมเด็จฯเกศไชโย
พิมพ์หกชั้นอกตลอด


             พระสมเด็จฯเกศไชโย ที่เจ้าประคุณสมเด็จฯพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี)สร้างเพื่อนำไปบรรจุไว้ในองค์พระประธานพระมหาพุทธพิมพ์วัดไชโยวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง มีอยู่ด้วยกัน ๒ ส่วน ๆแรกสร้างโดยกลุ่มคนชาวอ่างทอง ที่ศรัทธาต่อเจ้าประคุณสมเด็จฯ เรียกกันว่า “พิมพ์ชาวบ้าน” อีกส่วนหนึ่งสร้างจากช่างสิบหมู่ที่วัดระฆังโฆสิตารามแล้วนำมาบรรจุ เรียกกันว่า “พิมพ์นิยม”

              ในพระสมเด็จฯเกศไชโย พิมพ์นิยมนั้น มีอยู่ด้วยกัน ๓ พิมพ์หลัก คือ พิมพ์ฐานเจ็ดชั้น พิมพ์ฐานอกชั้นอกตัน และพิมพ์ฐานหกชั้นอกร่อง สำหรับพิมพ์ที่อัญเชิญมาลงนี้ เรียกว่า “พิมพ์ฐานหกชั้นอกร่อง” หรือบางทีเรียกว่า"อกตลอด" จัดเป็นพระพิมพ์ขนาดเล็ก แต่มีการตัดขอบให้กว้างออกไปทุกด้านจึงมีขนาดเท่าพิมพ์ใหญ่



             ในพระพิมพ์นี้ พระพักตร์นูน พระนลาฏ(หน้าผาก)กว้าง พระหนุ(คาง)ยาวเรียวลงไปชนพระรากขวัญ(ไหลาร้า) พระเกศขึ้นยาวเป็นเส้นตรงไปพาดทับบนขอบซุ้มครอบแก้ว พระกรรณ(หู)ทั้งสองด้านเป็นแบบบายศรี เอกลักษณ์ของพระพิมพ์นี้อยู่ที่พระอุระ(อก)เป็นเส้นคู่ลงมาจากพระอังสา(ไหล่)ทั้งสองด้านไปสิ้นสุดที่พระนาภี(ท้อง)เหนือวงพระกร เป็นรูปตัววี ลำพระองค์ พระพาหา วงพระกร เป็นเส้นขนาดเล็กแบบพระพิมพ์เส้นด้ายในกรุวัดบางขุนพรหมใน ส่วนพระเพลา(ตัก)หนากว่าเล็กน้อย ปลายพระชานุ(เข่า)ทั้งสองด้านกระดกขึ้น เส้นฐานทั้ง ๖ เส้น ยาวเรียวลดหลั่นลงไป ปลายฐานทั้งสองด้านของทุกฐานมักสอบเรียวเป็นปลายแหลม 


             ซุ้มครอบแก้วค่อนข้างได้สัดส่วน แต่โย้ไปทางด้านขวาองค์พระเล็กน้อย ฐานเส้นซุ้มเป็นเส้นเดียวกับฐานเส้นบังคับพิมพ์ ขอบมุมบนของเส้นบังคับพิมพ์ด้านซ้ายองค์พระเป็นปลายแหลมออกไปชนขอบพระที่ตัดห่างออกไปจากเส้นบังคับพิมพ์อย่างชัดเจน นอกจากนั้นขอบมุมด้านนอกของพระสมเด็จฯเกศไชโย มักจะมีการลบมุมให้มน ไม่เป็นเหลี่ยมเหมือนพระสมเด็จฯวัดระฆัง หรือบางขุนพรหม สำหรับเนื้อหามวลสารที่นำมาสร้างเป็นสูตรเดียวกัน เนื้อพระจึงมีความหนึกนุ่มและร่องรอยธรรมชาติเหมือนกัน ส่วนคราบกรุมี ๒ ชั้นด้านล่างเป็นคราบฝ้า ด้านบนเป็นราดำปกคลุมครับ.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............


*********

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯ๓๑

พระสมเด็จฯบางขุนพรหม
พิมพ์ใหญ่ กรุเก่า 


             พระสมเด็จฯบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ ที่อัญเชิญมาลงนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี)ได้รับสั่งให้ขรัวตาพลอยรวบรวมทั้งผงวิเศษที่ยังเหลืออยู่ รวมถึงพระสมเด็จฯที่สร้างจากวัดระฆัง และแม่พิมพ์พระสมเด็จฯวัดระฆัง นำมาสร้างพระพิมพ์ชุดใหม่เพื่อบรรจุภายในกรุเจดีย์วัดบางขุนพรหมใน หลังจากที่เสมียนตราด้วงซึ่งเป็นโยมอุปัฏฐากอาราธนาให้พระองค์ท่านมาช่วยสร้างพระเพื่อสืบพระพุทธศาสนาที่วัดเก่าโบราณแห่งนี้



             พระสมเด็จฯบางขุนพรหม จัดเป็นพระเครื่องที่เจ้าประคุณสมเด็จฯสร้างอย่างเป็นทางการเป็นจำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์เท่าพระธรรมขันธ์ แตกต่างจากพระสมเด็จฯวัดระฆัง ที่สร้างไปแจกไปจึงไม่สามารถคำนวณได้ว่ามีจำนวนเท่าใด ดังนั้นผู้นิยมพระเครื่องของเจ้าประคุณสมเด็จฯ จึงให้ความสำคัญกับพระกรุนี้มาก เนื่องจากมีประวัติการสร้างชัดเจน

              พระสมเด็จฯบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ องค์นี้ แม้จะเป็นแม่พิมพ์ของพระสมเด็จฯวัดระฆัง แต่เมื่อนำมาทำเป็นแม่พิมพ์สำหรับพระสมเด็จฯบางขุนพรหม จากการสร้างพระเป็นจำนวนมากจึงทำให้แบบพิมพ์พระที่ออกมา มีตำหนิบ้าง พิมพ์ตื้นบ้าง เป็นธรรมดา หากสังเกตจะพบว่าเป็นการกดพิมพ์ค่อนข้างตื้น แล้วเนื้อปูนที่กดลงไปในแม่พิมพ์มีบางส่วนที่ติดไม่ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณพระอังสา(ไหล่)ซ้ายของพระองค์ แต่ส่วนอื่น ๆยังคงปรากฏอยู่


             ผิวขององค์พระมีการคลายตัวของน้ำมันตั่งอิ้วที่ระเหิดขึ้นมาจากปฏิกิริยาภายในกรุ ผสมผสานกับฝุ่นละออง จึงปรากฏคราบอยู่ทั่วไป คาดว่าถูกนำขึ้นมาจากกรุไม่เกิน ๖-๗ ปีหลังจากการบรรจุเมื่อปีพ.ศ.๒๔๑๓ จากนั้นผู้ที่ได้ครอบครองจึงนำมาปิดแผ่นทองด้านหน้าในภายหลัง จึงจัดเป็นพระสมเด็จฯบางขุนพรหม แม่พิมพ์พระสมเด็จฯวัดระฆัง กรุเก่า  ที่ควรค่าต่อการอนุรักษ์อีกองค์หนึ่งครับ.



ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯ๓๐

พระสมเด็จฯวัดระฆัง
พิมพ์ปรกโพธิ์ ลงรักจีน


             พระสมเด็จฯวัดระฆัง พิมพ์ปรกโพธิ์ที่สร้างโดยเจ้าประคุณสมเด็จฯพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี) ถือเป็นพระเครื่องที่มีจำนวนน้อย เพราะสร้างในโอกาสที่พระองค์ท่านเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระพุทธปฏิมาประทับนั่งบนฐาน ๓ ชั้นใต้โพธิบัลลังก์ อันแสดงถึงคราวที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ ผู้คนทั่วไปจึงพยายามเสาะหานำมาอาราธนาบูชา เพื่อหวังให้พบความสำเร็จในชีวิต

             พระสมเด็จฯวัดระฆัง พิมพ์ปรกโพธิ์ ที่อัญเชิญมานี้ ได้รับการออกแบบจากช่างหลวงอย่างสวยงามได้สัดส่วนลงตัว มีขนาดย่อมลงมากว่าพระสมเด็จฯแบบพิมพ์ทั่วไป ขอบล่างกว้าง ๒.๑ ซ.ม.ความสูงจากขอบล่างถึงขอบบน ๓.๓ ซ.ม. 


             โดยรวมมีการออกแบบให้เส้นบังคับพิมพ์เป็นเส้นตรงอิสระทั้งสี่ด้าน  ถัดมาด้านในเป็นซุ้มครอบแก้ว เส้นฐานบางกว่าเส้นซุ้ม เส้นซุ้มด้านขวาองค์พระลาดเอียงขึ้นไปตอนบนมากกว่าด้านซ้าย ภายในซุ้มครอบแก้ว องค์พระทับนั่งปางสมาธิ ลำพระองค์จากพระอุระลงมาถึงพระนาภีปรากฏเป็นสังฆาฏิเส้นคู่ พระพักตร์กลมมนทรงไข่ พระกรรณทั้งสองด้านวางขนานใกล้พระปราง(แก้ม)ลงมาจรดพระอังสา(ไหล่) เหนือพระพักตร์เป็นโคนพระเกศหนาขึ้นตรงเป็นเปลวเพลิงแล้วจะเรียวลงปลายเอียงไปทางด้านขวาขององค์พระเล็กน้อยก่อนจรดเส้นซุ้ม ด้านบนเป็นใบโพธิ์มีเส้นพระเกศแบ่งด้านละ ๘ ใบ ด้านล่างตรงพระเพลา(ตัก)ส่วนกลางเว้ารับกับวงพระกร ปลายพระบาทซ้ายทอดเฉียงลงมา

              ใต้พระบาทซ้ายมีเส้นแซมเรียวเล็กวางขนานยาว ปลายเส้นแซมโค้งลงรับกับฐานชั้นที่ ๓ ต่ำลงมาเป็นเส้นแซมคั่นก่อนถึงฐานกลางที่เรียวบางกว่าทุกฐาน ล่างสุดเป็นฐานชั้นที่ ๑ ยาวหนากว่าทุกฐานปลายทั้งสองด้านตัดเฉียงลง กลางฐานมีร่องกลางยาวรับกับฐานตลอดแนว

  
           องค์พระได้รับการทารักจีนสีน้ำตาลเข้ม แต่เป็นการทาชั้นเดียว ผิวรักจึงมีความบางแต่ก็รั้งให้เนื้อพระจนมีการแตกรานในด้านหน้า สีของเนื้อพระออกขาวอมเหลืองนุ่มนวลตา ด้านหลังเป็นการปาดจากด้านล่างซ้ายขึ้นไปยังด้านบนขวา ดังจะเห็นได้จากรอยปาดที่ปรากฏชัดเจนอยู่ จัดเป็นพระสมเด็จฯวัดระฆัง อีกพิมพ์ทรงหนึ่งที่สวยงามสมบูรณ์ที่สุดองค์หนึ่งครับ.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯ๒๙

พระสมเด็จฯวัดระฆัง

พิมพ์ใหญ่นิยม ลงรักน้ำเกลี้ยง



             พระสมเด็จฯวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ ของเจ้าประคุณสมเด็จฯพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี) ที่อัญเชิญมาองค์นี้ มีขนาดขอบล่างกว้าง ๒.๕ ซ.ม.สูงประมาณ ๓.๕ ซ.ม.องค์พระปฏิมากรประดิษฐานภายในซุ้มครอบแก้วที่หนาใหญ่แบบเส้นผ่าหวาย ขอบซุ้มล้มตอนบนด้านซ้ายองค์พระอันเป็นส่วนหนึ่งในสัญลักษณ์ของพิมพ์ พระพักตร์กลมคล้ายผลส้ม พระเกศโคนใหญ่แบบหางหนูขึ้นโค้งซ้ายเล็กน้อยก่อนจรดกลางขอบบนซุ้มครอบแก้ว ใต้พระปราง(แก้ม)ลงมาในระดับเดียวกับพระหนุ(คาง) ปรากฏเส้นหูเป็นปลายติ่งชัดเจน

              
             องค์พระปฏิมาคล้ายตัววีบริเวณใต้พระนาภี(ท้อง)ผายออกไปทั้งสองด้าน พระอังสา(บ่า)ซ้ายสูงกว่าด้านขวาเล็กน้อย ซอกพระกัจฉะ(รักแร้)ซ้ายสูงลึกกว่าด้านขวา พระพาหา(แขนท่อนบน)ทั้งสองด้านลงมารับกับวงพระกร บริเวณพระกัประ(ศอก)ขวาคอดกว่าด้านซ้าย พระเพลา(หน้าตัก) โค้งรับวงพระกร พระชานุ(เข่า)ซ้ายยกสูงเป็นเส้นจีวรรับกับพระกัประซ้าย
              ฐานชั้นที่ ๓ แบบฐานหมอน ปลายฐานด้านซ้ายโค้งขึ้นไปใกล้พระชานุ(เข่า)ซ้าย เหนือฐานนี้ปรากฏเส้นแซมบาง ๆ ฐานชั้นที่ ๒ แบบคมขวานฐานสิงห์ ปลายด้านซ้ายใหญ่และสูงกว่าด้านขวา ฐานชั้นล่างเป็นแผ่นกระดาน ด้านซ้ายเป็นขอบตรง ด้านขวาปลายเฉียงทำมุมกับขอบมุมซุ้ม เส้นบังคับพิมพ์ด้านซ้าย ขวา และบนเป็นเส้นเรียวเล็ก ฐานล่างเป็นเส้นหนา ในด้านซ้ายยังปรากฏเส้นบังคับพิมพ์ด้านในวิ่งตรงลงมาแล้วเบียดกับขอบเส้นซุ้มบริเวณระดับเดียวกับใต้พระเพลา


              พระสมเด็จฯวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่องค์นี้ เป็นพระเนื้อขาวหม่นนุ่ม ลงรักน้ำเกลี้ยงเฉพาะด้านหน้ามาแต่เดิม เมื่อผ่านเวลามานานรักน้ำเกลี้ยงกะเทาะหลุดออกไปจึงพบรายแตกรานอย่างสวยงาม ส่วนด้านหลังเป็นพื้นเรียบมีร่องรอยธรรมชาติตามเนื้อหาของพระสมเด็จฯทุกประการ บริเวณขอบมีร่องรอยของเนื้อพระหดตัวจากการรั้งของเนื้อด้านในจนปรากฏเป็นเส้นปริแตกรานบริเวณด้านขอบบนอย่างชัดเจนและสวยงามครับ.

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********







วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯ ๒๘


พระสมเด็จฯบางขุนพรหม
พิมพ์เส้นด้าย วัดใหม่อมตรส


              พระสมเด็จฯภายในกรุพระเจดีย์ที่วัดบางขุนพรหมใน (ปัจจุบันคือวัดใหม่อมตรส) สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๑๓ ขณะที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี) พระชนมายุ ๘๒ พรรษา มีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์ทรง หนึ่งในจำนวนนั้นคือ พิมพ์เส้นด้าย และในพระพิมพ์ทรงนี้ยังแยกย่อยออกไปตามแม่พิมพ์อีกราว ๓-๔ พิมพ์ทรง

              พระพิมพ์เส้นด้าย ที่อัญเชิญมาลงไว้นี้ เป็นแบบที่ขนาดเล็กกว่าแม่พิมพ์อื่น ๆ มีขนาดกว้างประมาณ ๒.๓ ซ.ม.สูงประมาณ ๓.๓ ซ.ม.เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบตั้งขึ้น องค์พระประดิษฐานภายในเส้นซุ้มขนาดเล็ก ในพระพิมพ์ทรงนี้พระพักตร์จะมีขนาดกลมเล็กลอยเด่นเหนือขึ้นไปเป็นโคนพระเกศกว้างแล้วค่อย ๆเรียวขึ้นไปเอียงขวาองค์พระจรดขอบเส้นซุ้ม บริเวณเส้นซุ้มตรงจุดที่พระเกศชนจะล้มลงต่ำกว่าส่วนอื่น ๆ ลำพระองค์เป็นแบบตัววีตื้น วงพระกรทั้งสองข้างโอบกลมคล้ายผลส้ม พระเพลาส่วนกลางเป็นเส้นเรียว ส่วนพระชานุ(เข่า)นูนขึ้นเล็กน้อยทั้งสองข้าง


              เส้นฐานชั้นที่ ๓ และ ๒ เล็กบาง ส่วนฐานชั้นที่ ๑ เป็นเส้นคู่ ๒ เส้น ส่วนกรอบเส้นบังคับพิมพ์ขึ้นเป็นสันนูน มีขนาดเล็กกว่าเส้นซุ้มครอบแก้ว เกือบจะใกล้เคียงกับเส้นฐาน จุดสังเกตของแม่พิมพ์ในแบบพิมพ์ทรงนี้ เส้นบังคับพิมพ์ที่วิ่งตรงจากกรอบด้านบนซ้ายองค์พระลงมาจรดใกล้เส้นซุ้มด้านล่างมากกว่าด้านขวามือ แล้ววิ่งเลยลงไปชนเส้นบังคับพิมพ์ที่อยู่ใต้เส้นฐานซุ้มครอบแก้ว

              สภาพพื้นผิวขององค์พระโดยรวม จัดเป็นพระสมเด็จฯบางขุนพรหม กรุเก่าที่มีการสร้างและบรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์เป็นเวลาไม่นานนัก จนถึงปีระกาป่วงใหญ่ในพ.ศ.๒๔๑๖ พระสมเด็จฯกรุนี้ก็ถูกชาวบ้านลักลอบเจาะพระเจดีย์นำขึ้นมาอาราธนาทำน้ำมนตร์ หลังจากนั้นในร.ศ.๑๑๒ หรือพ.ศ.๒๔๓๖ เกิดวิกฤติการณ์ที่ต่างชาติเรียกว่าสงครามฝรั่งเศส-สยาม พระในกรุนี้ก็ถูกลับลอบนำมาขึ้นมาด้วยผู้คนต่างเกรงกลัวในภัยสงคราม และหลังจากนั้นก็ถูกนำออกมาเรื่อยมา


              พระในชุดแรก ๆที่ถูกลักลอบนำขึ้นมา จึงมีอายุอยู่ภายในกรุเพียง ๓ ปี ดังนั้นจากความร้อนระอุและความชื้นจึงขับให้น้ำมันที่เป็นน้ำประสานในองค์พระระเหิดขึ้นมาปกคลุมองค์พระเกือบทุกส่วน แต่จะไม่มีเศษคราบดินโคลนเปรอะปนอยู่บนผิวมากนัก ทั่วไปจึงเรียกกันว่า “กรุเก่า”

              พระพิมพ์เส้นด้าย กรุพระเจดีย์บางขุนพรหม จึงเป็นพระเครื่องของเจ้าประคุณสมเด็จฯพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) อีกพิมพ์ทรงหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ด้วยมีขนาดที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป แต่ที่สำคัญเชื่อกันว่าเป็นพระเครื่องของเจ้าพระคุณสมเด็จฯที่สร้างและพุทธภิเษกอย่างเป็นทางการไว้เป็นรุ่นสุดท้ายก่อนถึงชีพิตักษัยในปีพ.ศ.๒๔๑๕ ครับ.

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********


วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯ๒๗


สมเด็จฯวัดระฆัง
พิมพ์ใหญ่ ลงรักปิดทอง


              พระสมเด็จฯวัดระฆังที่สร้างโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี) เป็นพระเครื่องที่ได้รับความนิยมมาเนิ่นนาน ตามประวัติการสร้างมีอยู่ด้วยกันหลายพิมพ์ทรง ในสมัยกาลที่เจ้าประคุณสมเด็จฯสร้างนั้นเป็นการสร้างต่อเนื่อง โดยมีบรรดาศิษยานุศิษย์และบุคคลที่ศรัทธาในพระองค์มาร่วมช่วยกันสร้าง และแจกจ่ายไปตามวาระอันควร เช่นเมื่อสร้างศาลา หอฉัน กุฏิ หรือหอระฆัง พระองค์ท่านก็นำมาแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมทำบุญถวายปัจจัย หรือบางคนไม่มีปัจจัยเอาแรงกายมาช่วยงานท่านก็แจก โดยไม่ได้คำนึงว่าจะต้องเป็นพระพิมพ์นั้นพิมพ์นี้

              การกำหนดพิมพ์ทรงนิยม เป็นการกำหนดกันเองในสมัยหลังก่อนปีพ.ศ.๒๕๐๐ จากบรรดานักสะสม เพื่อใช้เรียกขานชื่อพิมพ์กันอย่างสะดวกมากขึ้น นานวันเข้าก็กลายเป็นพิมพ์ทรงมาตรฐานที่ให้ความหมายไปถึงความเป็นพระแท้ด้วยเช่นกัน ส่วนพิมพ์ทรงที่ไม่ได้รับการกล่าวถึงก็อยู่นอกระบบและกลายเป็นพระปลอมไปในที่สุด แต่การพิจารณาพระสมเด็จฯวัดระฆัง ปรมาจารย์ตรียัมปวาย ท่านได้ให้ข้อคิดไว้นานแล้วว่า หากจะพิจารณาพระแท้ให้ดูที่เนื้อหาเป็นหลัก เมื่อเชี่ยวชาญแล้วก็จะได้ครอบครองพระแท้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่หากมีความต้องการที่จะนำไปแลกเปลี่ยนก็ต้องศึกษาพิมพ์ทรงที่ได้รับความนิยม นั่นเอง


              ดังนั้น หัวใจหลักในการพิจารณาพระสมเด็จฯวัดระฆัง ผู้สนใจควรศึกษาเนื้อหามวลสารให้เข้าใจอย่างท่องแท้เสียก่อน เพราะการศึกษาพิมพ์ทรงที่ได้รับความนิยมเพียงอย่างเดียว ก็สุ่มเสี่ยงต่อการได้ของปลอมมาครอบครองบูชาซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีมูลค่าการแลกเปลี่ยนที่สูงตามไปด้วย เพราะฉะนั้นผู้สนใจในพระสมเด็จฯวัดระฆัง จึงควรศึกษาด้วยตนเองให้ได้ความมั่นใจระดับหนึ่ง และปรึกษาผู้รู้ท่านอื่น ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญและไว้ใจได้ จึงจะมีโอกาสได้ครอบครองทั้งพระเนื้อแท้และพิมพ์นิยม

              สำหรับพระสมเด็จฯวัดระฆัง ที่อัญเชิญมาลงไว้นี้ เป็นพระพิมพ์ใหญ่นิยม ตัดขอบนอกเส้นกรอบบังคับพิมพ์ จึงทำให้เห็นสัดส่วนพิมพ์ทรงเต็มทั้งองค์ เรียกกันว่า “พิมพ์ใหญ่กรอบกระจก” มีขนาดความกว้างวัดจากขอบล่างประมาณ ๒.๖ ซ.ม.และสูงจากขอบล่างถึงขอบบนประมาณ ๓.๘ ซ.ม.ในองค์อื่น ๆอาจแตกต่างกว่านี้เล็กน้อยก็ไม่ได้ถือว่าเสียหาย เพราะเป็นงานที่ทำด้วยมือจึงมีโอกาสคลาดเคลื่อน


              ในพระสมเด็จฯวัดระฆัง องค์นี้ เดิมที่สร้างออกมาเป็นแบบเนื้อผงสีขาวทั่วไป แล้วทำการจุ่มรัก จากนั้นจึงปิดทองทับด้านหน้าอีกชั้นหนึ่ง องค์พระได้รับการเก็บรักษาในพื้นที่โล่ง อาจเป็นหิ้งบูชาพระโดยไม่มีวัสดุใดมาครอบปิด ทำให้ได้รับความร้อนและความชื้นตามธรรมชาติ มีผลทำให้สีขององค์พระเปลี่ยนไปเป็นสีเหลืองหม่นนุ่ม เนื่องจากการคลายตัวของน้ำมันตั่งอิ้ว ประกอบกับฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศลงมาเกาะกุม จึงทำให้มีคราบฝุ่นครอบคลุมอยู่ทั่วไป

              การพิจารณาผิวองค์พระ ดูได้จากเนื้อรักที่กะเทาะออกมา ในเนื้อมีการกระจายตัวของมวลสารออกเม็ดสีดำ แดง ส้ม และร่องรอยการหดตัวจนแห้งของผงเกสร เนื้อพระโดยรวมจะหดตัวและปรากฏรอยพรุนปลายเข็มทั้งหมด ส่วนที่เป็นแผ่นรักมีการหดตัวเป็นริ้วและพรุนพื้นผิวไม่สม่ำเสมอ เช่นเดียวกับแผ่นทองที่ถูกปิดทับมาเป็นเวลามากกว่า ๑๐๐ ปี ย่อมเซ็ตตัวตามผิวรัก และมีระเรื่อออกแดงที่เรียกว่าสนิมทองที่ผ่านมาเวลามานานนั่นเองครับ.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********