โพสต์แนะนำ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พิพิธภัณฑ์จันทร์พลูหลวง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พิพิธภัณฑ์จันทร์พลูหลวง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เทพเจ้าจีน ๑


เทพเจ้ากวนอู
สมัยราชวงศ์หมิง
(พ.ศ.๑๙๑๑-๒๑๘๗)



              กวนอู มีชีวิตอยู่ในยุคสามก๊ก(พ.ศ.๗๖๓-๘๒๓) ได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์และจงรักภักดี เป็นผู้มีความกตัญญูรู้คุณคน ในแผ่นดินจีนหลังยุคสมัยสามก๊กลงมานับตั้งแต่ราชสำนักจนถึงประชาชนเดินดินล้วนยกย่องเทิดทูนให้กวนเป็นเทพอันควรต่อการสักการบูชา นอกจากฐานะเทพแห่งความซื่อสัตย์แล้ว ยังดำรงฐานะเทพอุปถัมภ์ และเทพผู้ปกป้องคุ้มครอง


Bronze Guan yu ming dynasty 14-16th century

Bronze Guan yu ming dynasty 85 cm.height

              ประติมากรรมกวนอูนี้ ได้รับการสร้างปั้นและหล่อขึ้นด้วยโลหะสำริด ในสมัยราชวงศ์หมิง มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๒ (พ.ศ.๑๙๑๑-๒๑๘๗) ขนาดความสูง ๘๕ ซ.ม.แสดงถึงบุคลิกที่มีนัยน์ตายาวรี คิ้วหนอนไหม เครายาวถึงอก มีอาวุธประจำกายง้าวรูปจันทร์เสี้ยว หรือง้าวมังกรเขียว ยาว ๑๑ ศอก หนัก ๘๒ ชั่ง

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯ ๒๕


พระสมเด็จฯวัดระฆัง
พิมพ์ใหญ่ อกกระบอก


              พระสมเด็จฯวัดระฆัง ที่สร้างโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี) มีอยู่มากมายหลายพิมพ์ทรง ตามแต่ศิษยานุศิษย์หรือบุคคลที่เคารพศรัทธาในเจ้าประคุณสมเด็จฯจะแกะแบบพิมพ์มาถวาย ภายหลังเมื่อมาถึงคนรุ่นปัจจุบัน จึงมาทำการแยกแยะเฉพาะบางพิมพ์ทรงเป็นหลักในการสะสม  มีทั้งหมด ๕ พิมพ์ทรงคือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์เจดีย์ พิมพ์ฐานแซม พิมพ์เกศบัวตูม และพิมพ์ปรกโพธิ์

              ในแต่ละพิมพ์ทรงยังมีการแตกแขนงตามลักษณะแม่พิมพ์ออกไปอีก เช่นในพระสมเด็จฯวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่  มีการกำหนดเป็น ๔ พิมพ์หลัก ได้แก่พิมพ์เส้นแซมใต้ตัก พิมพ์อกวี พิมพ์อกกระบอก และพิมพ์เกศทะลุซุ้ม  สำหรับพิมพ์ที่นำมาลงไว้นี้เป็นแบบพิมพ์ที่ ๓ คือพิมพ์อกกระบอก ซึ่งจัดเป็นพิมพ์หายากที่สุดพิมพ์หนึ่ง


              ลักษณะเด่นของพระสมเด็จฯวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ อกกระบอก อยู่ที่ลำพระองค์เป็นทรงตั้งรับกับพระอุระ(อก) แล้วผายขึ้นไปรับกับพระอังสา(ไหล่)ทั้งสองด้าน มองดูเหมือนแก้วทรงปากบานนั่นเอง เหนือขึ้นไปปรากฏลำพระศอ(คอ)รับกับพระพักตร์ทรงผลสมอ พระเกศขึ้นจากส่วนกลางพระเศียร โคนใหญ่ ตอนบนเป็นเส้นคมปลายสะบัดแบบหางหนูขึ้นชนขอบซุ้มครอบแก้ว

              เส้นสายที่ปรากฏขึ้นเป็นองค์พระ เส้นฐาน และเส้นซุ้ม มีขนาดกำลังดีไม่หนาเทอะทะ ประกอบกับการกดพิมพ์ให้น้ำหนักกำลังดี จึงปรากฏความคมชัดตลอดทุกเส้นพิมพ์ และยังเห็นชัดถึงเส้นบังคับพิมพ์ที่ด้านซ้ายองค์พระเป็นเส้นวิ่งตรงจากด้านบนลงมาจรดเส้นซุ้มบริเวณพระกัประ(ข้อศอก) ส่วนเส้นขวาองค์พระลงมาจากด้านบนวิ่งตรงลงมาชนกับขอบซุ้มล่าง


              เสน่ห์ของพระสมเด็จฯวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ อกกระบอกองค์นี้ อยู่ที่การลงรักน้ำเกลี้ยง เมื่อรักหมดสภาพสลายหลุดไปจึงปรากฏรอยรานทั่วบริเวณด้านหน้า และเมื่อพลิกกลับไปด้านหลังยังเป็นแบบหลังปาดลงจนเห็นรอยหยุดขยักเป็นระยะ และรอยเหนอะที่ปรากฏทั่วแผ่นหลังยังบ่งบอกว่าเนื้อพระสมเด็จฯองค์นี้มีการผสมมวลสารและน้ำมันตั่งอิ้วค่อนข้างเหลว เมื่อพระแห้งตัวจึงปรากฏรอยเหนอะที่นิยมเรียกกันว่า “หลังสังขยา” ให้เห็นอย่างสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง

              นอกจากนั้น ขอบด้านหลังยังปรากฏ รอยแตกรานบริเวณส่วนริมทุกด้าน แสดงให้เห็นถึงสภาวะการรั้งตัวของเนื้อพระ ที่เกิดจากการหดตัว ซึ่งเป็นคุณสมบัติของพระสมเด็จฯวัดระฆังทุกองค์ครับ.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระนางพญา ๖

พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง
กรุวัดนางพญา เมืองพิษณุโลก


            พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง เป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากพุทธลักษณ์ ได้สัดส่วน องค์พระโดดเด่นเป็นสง่า สัญลักษณ์อยู่ที่พระชงฆ์(แข้ง)ขวา วางรับกับพระชงฆ์ซ้ายที่อยู่ด้านล่างเป็นแนวโค้งตกท้องช้างอย่างสวยงาม


            พระนางพญา เป็นพระเครื่องที่แตกกรุภายในวัดนางพญา เมืองพิษณุโลก ในคราวเด็จประพาสต้นของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีพ.ศ.๒๔๔๔   มีอายุการสร้างนานกว่า ๔๐๐ ปี สร้างในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ในแผ่นดินอยุธยา เมื่อมีการพบที่วัดนางพญา จึงเป็นที่เชื่อถือกันว่าเป็นพระที่สร้างโดยสมเด็จพระวิสุทธิกษัตรีย์ อัครมเหสี ผู้ทรงเป็นพระราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ และสมเด็จพระศรีสุริโยทัย และทรงเป็นพระราชมารดา พระสุพรรณกัลยา สมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระเอกาทศรถ


            พระนางพญา เป็นศิลปะอยุธยาที่ได้รับอิทธิพลของสุโขทัย มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละพิมพ์ทรง ด้วยเนื้อหาหลักที่เป็นดินมีทั้งผ่านการกรองและมีกรวดทรายปน จึงทำให้พระนางพญามีเนื้อหาแยกออกเป็นเนื้อหยาบ  และเนื้อละเอียด  ซึ่งจัดว่ามีความโดดเด่นในแต่ละประเภท  รู้จักกันดีใน ๗ พิมพ์ทรง ได้แก่ พิมพ์เข่าโค้ง พิมพ์เข่าตรง พิมพ์อกนูนใหญ่ พิมพ์อกนูนเล็ก พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์เทวดา(อกแฟบ) และพิมพ์เข่าบ่วง


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********


วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระนางพญา ๕


พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง
กรุวัดนางพญา เมืองพิษณุโลก




              พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง มีขนาดฐานกว้าง ๒.๒ ซ.ม.ความสูงจากฐานถึงยอดสามเหลี่ยม ๓.๒ ซ.ม. พุทธปฏิมาประทับนั่งปางมารวิชัย พระพักตร์กลมเรียว พระเศียรคาดเส้นกระจัง เหนือขึ้นไปเป็นพระเกศเป็นเกศโคนคอดแบบเปลวเพลิง พระกรรณ(หู)ซ้ายยาวโค้งลงมาชนพระอังสา(บ่า)ซ้าย ด้านในเป็นเส้นพระศอยาวลงมาจรดขอบบนจีวร พระกรรณขวายาวลงมาชนพระอังสาขวา ด้านในเป็นเส้นพระศอยาวลงชนพระอังสาด้านใน

    
          พระอังสาทั้งสองด้าน พระอุระ(อก)คอด พระนาภี(ท้อง)กว้าง  พระพาหา(แขนท่อนบน)ยาวลงมาถึงระดับพระนาภี ก่อนจะหักเข้าวางลำพระกร(แขน)แบบอุ้มพระนาภี พระพาหาซ้ายวางลงจนถึงข้อกัประ(ศอก)ผายออกเล็กน้อย แล้ววางพระกรพาดพระชานุ(เข่า)ขวาลงไป พระเพลาแบบขัดสมาธิวางพระชงฆ์(แข้ง)ขนานกัน โดยรวมเรียกกันว่าพิมพ์ เข่าตรงมือตกเข่า




           วรรณะออกเนื้อแดงคราบเหลือง มีราดำเกาะติดอยู่เป็นระยะทั่วองค์ทั้งด้านหน้าและหลัง จัดเป็นพระนางพญาขนาดมาตรฐานที่เห็นกันอยู่ทั่วไป ข้อโดดเด่นของพระนางพญาทุกองค์คือมีความหนาและฐานกว้าง ทำให้พระกรุนี้ตั้งได้โดยไม่ล้ม สันนิษฐานกันว่า ทหารโบราณนำพระนางพญาติดตัวไปคุ้มครองภัย โดยพันไว้กับผ้าประเจียดบ้าง บูชาไว้ในหมวกบ้าง เมื่อจะพักผ่อนหลับนอนก็จะนำองค์พระออกมาบูชาแล้วตั้งไว้บนหัวนอนครับ.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********







พระกรุวัดใหญ่ชัยมงคล


พระปางมารวิชัยเคลือบ
กรุวัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา


              พระปางมารวิชัยเคลือบ หรือที่เรียกกันทั่วไปในหมู่ผู้นิยมสะสมพระเครื่องว่า “พระขุนแผนเคลือบ” กรุวัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เป็นพระเครื่องที่เชื่อกันว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อคราวได้รับชัยชนะในศึกยุทธหัตถีเมื่อปีพ.ศ.๒๑๓๕ แตกกรุในราวปีพ.ศ.๒๔๔๐ และมีการลักลอบขุดเรื่อยมา จนต่อมาปีพ.ศ.๒๕๐๐ หลังการสำรวจของกรมศิลปากรเสร็จสิ้น จึงมีการปิดทับกรุพระเจดีย์อย่างถาวร

              พระเครื่องที่พบภายในพระเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล มีด้วยกันหลายแบบพิมพ์ทรง แต่ที่เป็นพระปฏิมาปางมารวิชัยใต้เคลือบ มีอยู่ด้วยกัน ๓ พิมพ์ทรง คือ พิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ฐานสูง ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ฐานเตี้ย และพิมพ์แขนอ่อน  ได้รับความนิยมสืบเนื่องนับจากอดีตถึงปัจจุบันทั้ง ๓ พิมพ์ทรง ในจำนวนนี้พระพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ เป็นแบบพิมพ์ทรงเดียวกับพระพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่เนื้อดินเผา กรุวัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์  จ.สุพรรณบุรี ซึ่งท่านอาจารย์มนัส โอภากุล นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสุพรรณบุรี ยืนยันว่า เริ่มมีการแตกกรุในช่วงปีพ.ศ.๒๔๔๐(1) เป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับการแตกกรุของวัดใหญ่ชัยมงคล

พระวัดบ้านกร่าง พิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่
ภาพจาก:หนังสือพระฯเมืองสุพรรณ ของ อ.มนัส โอภากุล

             ด้วยพุทธลักษณ์ แม้พระพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่จะสร้างในสมัยอยุธยา แต่ก็มีศิลปะสกุลช่างสุพรรณภูมิ(อู่ทอง)รวมอยู่ เมื่อพิจารณาจากพงศาวดารการเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในครั้งศึกยุทธหัตถีที่หนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี จึงสันนิษฐานได้ว่า พระพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่และพิมพ์อื่น ๆของกรุวัดบ้านกร่าง ถูกสร้างเตรียมไว้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจต่อบรรดาทหารหาญของพระองค์ก่อนสู้ศึก โดยสร้างเนื้อดินเผาที่ไม่ผ่านการกรองดินเพราะเป็นช่วงเวลาเร่งรีบ หลังได้รับชัยชนะด้วยการปลิดพระชนม์ชีพมังกะยอชวา อุปราชแห่งหงสาวดี จึงมีการนำแบบพิมพ์หลักไปเป็นต้นแบบการสร้างอย่างประณีตสวยงามมากขึ้น เพื่อบรรจุ ณ พระเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล

ด้านหน้า พระปางมารวิชัย ห้าเหลี่ยม อกใหญ่ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล
ปรากฏคราบกรุจากการออกไซด์ของแร่โลหะในดิน และรอยรานจากน้ำเคลือบ

              พระพิมพ์ปางมารวิชัย ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล เป็นงานสร้างพระพิมพ์ที่ใช้เทคนิคการเผาเคลือบแบบจีน ใช้เนื้อดินขาวและส่วนผสมมวลสารมงคล แล้วเผาเคลือบใสแบบราน ผิวพระบริเวณที่เคลือบจึงมีความใสเห็นรอยรานและเนื้อใน เป็นเทคนิคหนึ่งที่ได้รับความนิยมอยู่ในสมัยนั้น เมื่อนำพระเคลือบที่ได้ไปผ่านกระบวนการต่าง ๆจนบรรจุเข้ากรุในพระเจดีย์ อุณหภูมิจากความร้อนและเย็นอบอยู่ในภายกรุเป็นเวลานาน ออกไซด์ของแร่เหล็กและตะกั่วที่อยู่ในเนื้อดินและน้ำเคลือบ จะขึ้นมาปกคลุมผิวด้านบน กลายเป็นคราบกรุที่ใช้สำหรับการพิจารณา

ด้านหลังพระปางมรวิชัยเคลือบ เป้นรอยกดเนื้อพระลงบล็อก
หากส่องด้วยกล้องขยายจะพบรอยยุบย่นและรูพรุนปลายเข็มทุกอณู

              คราบของพระเคลือบกรุวัดใหญ่ชัยมงคล ในด้านหน้าส่วนของน้ำเคลือบ มีการเปลี่ยนแปลงอันเเกิดจากออกไซด์ของเหล็กและตะกั่ว เป็นจ้ำรูปทรงไม่แน่นอน ออกไซด์นี้จะเปลี่ยนสภาพเป็นสีดำด้านในภายหลัง และถูกเกาะกุมด้วยปรอทที่เกิดความร้อนชื้นภายในองค์พระเจดีย์ นอกจากนี้ยังมีคราบฝุ่นละอองที่เกาะติดแน่น ซึ่งจะพิจารณาได้ในพระเครื่องที่ไม่ผ่านการใช้ ส่วนพระที่ผ่านการใช้บูชา จะปรากฏเพียงคราบจ้ำดำคล้ำแต่ไม่ดำสนิทกระจายอยู่ทั่วองค์พระ ส่วนด้านหลังองค์พระที่ไม่ถูกน้ำเคลือบ เนื้อจะเรียบมีเพียงแอ่งจากการกดแม่พิมพ์ มีแบบที่เป็นรอยนิ้วและรอยกดเรียบ แต่จะไม่เป็นรูพรุนใหญ่ชัดเจน.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

เอกสารอ้างอิง
(1) มนัส โอภากุล.พระฯเมืองสุพรรณ.มนัสการพิมพ์.สุพรรณบุรี.พ.ศ.๒๕๓๖.

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระนางพญา ๔


พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง
กรุวัดนางพญา เมืองพิษณุโลก


              โดยปกติพระนางพญา พิษณุโลก แต่ละพิมพ์ทรงจะมีพิมพ์แยกย่อยออกไปอีก ทั้งขนาดองค์พระ และกรอบพิมพ์ก็อาจใหญ่เล็กแตกต่างกันบ้าง อยู่ที่การถ่ายแบบพิมพ์ การตัดกรอบ และความร้อนระหว่างการเผา ดังนั้นทั้งขนาด และสีของเนื้อพระจึงมีความหลากหลายอยู่ในตัวเอง

              พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง องค์นี้มีขนาดฐานกว้าง ๒.๐ ซ.ม.สูงจากฐานถึงยอดสามเหลี่ยม ๓.๐ ซ.ม. พระพักตร์กลมมน เหนือพระนลาฏ(หน้าผาก) เป็นแนวเส้นกระจังครอบจากบนต่อเนื่องลงไปเป็นพระกรรณ(หู)ทั้งสองข้าง เหนือแนวเส้นเป็นยอดพระเกศแบบเกศบัวตูมปลายแหลมจรดขอบสามเหลี่ยมบน


              พระกรรณซ้ายยาวลงมาจรดขอบสังฆาฏิเหนือพระอังสา(ไหล่)ซ้าย ด้านในเป็นเส้นพระศอลงมาจรดขอบริ้วจีวรบน พระกรรณขวา ยาวลงมาเหนือพระอังสาขวา ด้านในมีเส้นพระศอยาวลงมาจรดพระอังสาขวา สังฆาฏิพาดเฉียงลงมาจรดพระนาภี(ท้อง) ชายจีวรบนพาดเฉียงไปใต้พระกัจฉะ(รักแร้)ขวา

              พระพาหา(แขนท่อนบน)ขวาวางตรงลงมา ข้อพระกร(มือ)พาดเลยพระชานุ(เข่า)ขวาลงไป เป็นที่มาของชื่อพิมพ์ว่า “พิมพ์เข่าตรงมือตกข่า) พระพาหาซ้ายวางลงมา ข้อพระกัประ(ศอก)โค้ง วงพระกร(แขนท่อนล่าง)วางโค้งตกท้องช้าง ปลายเลยไปด้านข้างพระนาภีขวา พระเพลา(ตัก)เป็นเส้นพระชงฆ์(แข้ง)วางขนานเส้นตรง


              พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง องค์นี้วรรณะออกสีดำคราบกรุสีแดงอิฐ เข้าใจว่ามวลสารมงคลที่นำมาสร้างมีส่วนผสมว่านเป็นตัวนำ เนื้อพระจึงหดเหี่ยวเป็นริ้วย่นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง นอกจากนั้นยังเป็นพระเครื่องโบราณที่ได้รับการเก็บรักษามาเป็นอย่างดี องค์พระจึงอยู่สภาพเดิม และยังปรากฏละอองปรอทภายในกรุเกาะกุมให้เห็นอยู่ทั่วไป.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระนางพญา ๓


พระนางพญา พิมพ์เทวดา
กรุวัดนางพญา พิษณุโลก


              พระนางพญา พิมพ์ทรงเทวดา มีขนาดฐานกว้างประมาณ ๑.๕ ซ.ม. สูงจากฐานถึงยอดสามเหลี่ยมประมาณ ๒.๕ ซ.ม.พุทธปฏิมาคล้ายกับพิมพ์ทรงสังฆาฏิ แต่แตกต่างอย่างชัดเจนบริเวณส่วนบนที่พระพักตร์เต็มนูนคล้ายหยดน้ำ พระนลาฏ(หน้าผาก)กว้าง พระหนุ(คาง)แหลมลงไปยังพระศอ(คอ) พระเกศเป็นกระจัง พระกรรณ(หู)ซ้ายยาวลงมาจรดขอบจีวรที่อังสา(บ่า)เป็นเส้นเดียว พระกรรณขวายาวลงมาจรดพระอังสา(ขวา) พระเกศเป็นแบบเกศบัวตูม


              พระอังสาสองด้านสง่าผ่าเผย พระพาหา(แขนท่อนบน)ซ้ายโค้งเล็กน้อยลงมา ก่อนจะหักเข้าเป็นเส้นโค้งใต้พระนาภี(ท้อง) ใต้พระกัประ(ข้อศอก)ปรากฏเส้นชายจีวรพาดเฉียงออกไปชนพระชานุ(เข่า)ซ้าย  พระพาหาขวาวางผายออก ปลายพระกรวางลงบนพระชานุ(เข่า)ขวา ข้อพระกรเอียงเข้าด้านใน


              พระนางพญา พิมพ์ทรงเทวดาองค์นี้ เป็นแบบเนื้อเขียวคราบสีแดงอิฐ เหนือคราบปรากฏราดำทั่วทั้งองค์ เป็นพระเครื่องขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมอีกพิมพ์ทรงหนึ่ง.

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............
*********

วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระนางพญา ๒


พระนางพญา สังฆาฏิ
กรุวัดนางพญา พิษณุโลก



              พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ มีขนาดฐานกว้างประมาณ ๑.๘ ซ.ม.สูงจากฐานถึงยอดสามเหลี่ยมประมาณ ๒.๔ ซ.ม. องค์พระประทับนั่งปางมารวิชัย พระพักตร์คล้ายสามเหลี่ยมมุมตัด พระนลาฏ(หน้าผาก)ยุบ พระเศียรคล้ายกระจัง  พระเกศโคนเล็กขึ้นเป็นเปลวคล้ายดอกบัวตูมปลายยาวจรดขอบบน พระปราง(แก้ม)ทั้งสองข้างตอบ พระกรรณทั้งสองข้างขนานเป็นแนวยาวลงมาข้างพระปราง



              ปลายพระกรรณ(หู)ทั้งสองด้านแยกออกเป็นสามเหลี่ยม รับกับพระอังสา(บ่า)ทั้งสองข้างอย่างสง่าพระกรรณซ้ายโค้งเข้า ปลายด้านในวิ่งเป็นแนวยาวต่อเนื่องไปกับขอบจีวรเหนือพระอุระพาดเฉียงขวาลงไปใต้พระกัจฉะ (รักแร้) ปลายด้านนอกแตกออกชนกับพระอังสา(บ่า)ซ้าย สังฆาฏิพาดเฉียงจากพระอังสาซ้ายลงไปเหนือพระนาภี (ท้อง,สะดือ) พระกรขวาวางเหนือพระชานุ(เข่า)ในลักษณะผายออก วงพระกรซ้ายวางโค้งคล้ายประคองพระนาภี พระเพลาแบบขัดสมาธิกว้าง ด้านหลังปาดเรียบปรากฏรอยนิ้วมือกดพิมพ์


              พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ องค์นี้ออกสีดอกพิกุลแห้ง ซึ่งเป็นหนึ่งใน ๑๒ สีของพระนางพญา ผิวปรากฏคราบราดำทั่วทั้งองค์ คล้ายพระผงสุพรรณ และพระซุ้มกอ จัดเป็นพระเครื่องกรุหลักที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด และเป็นที่นิยมมากอีกพิมพ์ทรงหนึ่ง.

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............


*********




พระนางพญา ๑


นางพญาอกนูนเล็ก
กรุวัดนางพญา พิษณุโลก


พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก 

ด้านหลังพิมพ์อกนูนเล็ก สีมะขามเปียก สีแดง และสีเหลือง

              พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก มีขนาดกว้างประมาณ ๑.๕ ซ.ม.สูงประมาณ ๒.๕ ซ.ม. พุทธปฏิมาประทับนั่งปางมารวิชัย พระพักตร์กลมเรียว พระเกศขึ้นตรงไปจรดขอบมุมสามเหลี่ยมด้านบน พระกรรณแนบพระปรางค์ ด้านซ้ายยาวจรดพระอังสา พระอุระนูนเด่นเป็นสัญลักษณ์ของพิมพ์ทรง เป็นพระขนาดเล็ก ที่ได้รับความนิยมในหมู่สุภาพสตรี 


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระยืนประทานพร ภาคใต้



พระยืนประทานพร
กรุวัดนางตรา นครศรีธรรมราช

พระยืนประทานพร ศิลปะบายน
เป็นพระพิมพ์ลึกรายละเอียดติดชัดเจนทุกส่วน
              
             พระยืนปางประทานพร เนื้อตะกั่วสนิมแดง ศิลปะเขมรแบบบายน พบที่กรุวัดนางตรา จ.นครศรีธรรมราช ลักษณะเด่นของพระเครื่องในศิลปะนี้ พระพักตร์ก้ม พระเนตรดุดัน พระโอษฐ์หนา แสยะยิ้ม พระวรกายบึกบึนเข้มแข็ง แสดงถึงความเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่ และมีพลังอำนาจน่าเกรงขาม

ด้านหลัง เป็นแบบหลังร่อง หรือหลังรางปืน

              ในประเทศไทย พระยืนปางประทานพร ที่พบโดยมากเป็นศิลปะแบบลพบุรี โดยพัฒนามาจากศิลปะแบบบายน ผสมผสานกับศิลปะท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม จึงได้ความนุ่มนวลแทนความดุดันแข็งกระด้าง โดยพระพักตร์และดวงเนตรจะแสดงความอ่อนหวาน พระโอษฐ์ปรากฏรอยพระสรวลเล็กน้อย แสดงถึงความมีเมตตา พระวรกายสมส่วนไม่บึกบึน แสดงถึงความเป็นธรรมราชาของพระมหากษัตริย์ที่ใช้หลักเมตตาธรรมปกครองแผ่นดิน.

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ

........จันทร์พลูหลวง............

*********

พระซุ้มกอปรกโพธิ์


ซุ้มกอปรกโพธิ์
กรุวัดซุ้มกอ กำแพงเพชร


             ในบรรดาพระเครื่องตระกูลกำแพงเพชร ที่โดดเด่นที่สุดก็เห็นจะเป็น “พระซุ้มกอ”พระพิมพ์ปางสมาธิขอบซุ้มกนก เป็นพระเครื่องที่ได้รับความนิยมหนึ่งในพระชุดเบญจภาคี แต่ในจำนวนพระที่ขึ้นจากกรุในจำนวนราว ๕๐ กรุทั้งฝั่งในและนอกทุ่งเศรษฐีนั้น มีพระพิมพ์หนึ่งที่เรียกว่า “พระซุ้มกอพิมพ์ปรกโพธิ์”รวมอยู่ด้วย


              พระซุ้มกอพิมพ์ปรกโพธิ์ ตามคำบอกล่าของคนในอดีตยืนยันว่าขึ้นจากกรุวัดซุ้มกอ ฝั่งทุ่งเศรษฐี รูปทรงสัณฐานเป็นแบบเล็บมือ กว้าง ๒.๒ ซ.ม.สูงจากฐานถึงยอดบน ๓.๔ ซ.ม.องค์พระขนาดหน้าตัก ๒ ซ.ม.สูงจากฐานถึงยอดพระเกศ ๒.๕ ซ.ม.ประทับนั่งปางสมาธิ ขัดสมาธิราบ พระพักตร์กลมนูนแบบอนุราชปุระ พระเกศตรงชนรัศมี ลำพระองค์อวบตัน ซอกพระพาหา(แขน)ลึกทั้งสองด้าน หัตถ์ทั้งสองข้างประสานบนพระเพลา(ตัก) ประทับนั่งบนฐานบัว ๕ กลีบ ภายในซุ้มเรือนแก้ว นอกซุ้มเรือนแก้วเป็นกิ่งก้านและใบโพธิ์เรียงสองชั้นอยู่โดยรอบส่วนบน ด้านหลังเป็นแบบหลังนูน

              พระซุ้มกอพิมพ์นี้ เป็นพระที่สร้างขึ้นจากเนื้อดินผสมมวลสารนานาชนิดอันเป็นมงคล ปฏิกิริยาทางธรรมชาติที่แม้จะเป็นพระเนื้อดินแต่ก็มีการคลายตัวของส่วนผสมภายในองค์พระ ดุจเดียวกับพระสมเด็จฯที่บรรจุไว้ในกรุพระเจดีย์ จึงเชื่อได้ว่าพระซุ้มกอพิมพ์ปรกโพธิ์นี้มีส่วนผสมที่เป็นน้ำประสาน(Linseed)เพื่อให้เนื้อหามวลสารต่าง ๆเข้ากันเป็นเนื้อเดียว เมื่อผ่านเวลามานานจึงเกิดปฏิกิริยาทางเคมี


              องค์พระที่นำไปประดิษฐานภายในกรุต่าง ๆ ผ่านความร้อน อบอ้าว เย็น และชื้นตามสภาพอากาศ มีผลให้น้ำประสานที่อยู่ภายในไหลออกมาอาบภายนอกองค์พระจนทั่ว ในบางตำแหน่งจะพบรอยรูขนาดเล็กที่เป็นเส้นทางของการหลั่งสารภายใน และเกิดราดำราขาวเข้าเกาะกุมผิวอีกชั้นหนึ่ง ผสมผสานกับฝุ่นละอองเศษอิฐเศษดินกลายเป็นคราบกรุ ที่บ่งบอกถึงความเก่าหลายร้อยปี

              ลักษณะเนื้อพระตามที่นำมากล่าวนี้ อาจพบได้ในพระแบบพิมพ์อื่นที่อยู่ตระกูลกำแพงเพชร หากมีโอกาสพบก็ควรอนุรักษ์ไว้ แม้จะไม่ได้รับความนิยมจากกระแส แต่ก็เป็นพระเครื่องโบราณที่ผ่านกระบวนการสร้างและพุทธาภิเษกอย่างเข้มขลัง ทั้งพุทธคุณและความศักดิ์สิทธิ์เหมือนพระพิมพ์นิยมทุกประการ.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********