โพสต์แนะนำ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปฏิมากรรมทางศาสนา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปฏิมากรรมทางศาสนา แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2562

พระแกะสลักอู่ทอง



“หลวงพ่ออู่ทอง”
งานใหญ่ที่ลงมือทำเมื่ออายุ ๘๐ ปี

อู่ทอง” เป็นเมืองโบราณบนพื้นที่การอยู่อาศัยของผู้คนมาแต่ก่อนประวัติศาสตร์ และล่วงเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ จนกลายเป็นนครรัฐโบราณและท่าการค้าในสมัยสุวรรณภูมิ เจริญรุดหน้าจากความหลากหลายของกลุ่มคน และนวัตกรรมที่หลั่งไหลเข้ามาจากอารยธรรมซีกโลกตะวันตก และรุ่งเรืองยิ่งเมื่ออยู่ตรงจุดบรรจบระหว่างจักรวรรดิอินเดียทางตะวันตกและจักรวรรดิจีนทางตอนบน สู่สภาวะก้าวหน้าทั้งศาสนา ศิลปะ และวิทยาการ ในสมัยทวารวดี และต่อ ๆมา ดังคนรุ่นปัจจุบันจะสามารถรับรู้ได้จากหลักฐานในอดีตจำนวนมากจากแหล่งโบราณคดีแห่งนี้

เมื่อล่วงเข้าสู่พุทธศตวรรษที่ ๒๖ อู่ทองยังเป็นจุดหลอมรวมแห่งใหญ่ทางพุทธศาสนา ที่บรรดาพุทธ ศาสนิกชนจากทุกมุมโลกหลั่งไหลเดินทางมาร่วมกันสร้างพระพุทธรูปแกะสลักศิลาปางโปรดพุทธมารดา ณ ภูผามังกรบิน พระนาม “สมเด็จพระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ” หรือ “หลวงพ่ออู่ทอง” บริเวณหุบผามังกรบิน ในเขตเมืองโบราณอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี จากการริเริ่มของพระธรรมพุทธิมงคล(สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.๘) หรือหลวงพ่อเล็กแห่งวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พระเถระราชาคณะแห่งเมืองสุพรรณฯ ผู้เริ่มต้นสร้างพระใหญ่ในวัย ๘๐ ปี และสำเร็จลุล่วงภายใน ๔ ปีเศษ (พ.ศ.๒๕๕๗-๒๕๖๑) จนผลงานของท่านได้รับการกล่าวขานว่าเป็น

“หนึ่งเดียวในไทย ยิ่งใหญ่ในโลก มรดกคู่ฟ้าดิน”



วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ลอยกระทง


นางกษัตริย์คืนเดือนเพ็ญ
ศิลปะภาคใต้ นครศรีธรรมราช


ประติมากรรมกระเบื้องเคลือบสามสี รูปนางกษัตริย์แห่งเมือง12นักษัตร ลอยกระทงประทีปคืนเพ็ญเดือน12 ในแม่น้ำตาปี (เมืองนครศรีธรรมราช) อายุราวพุทธศตวรรษที่19-20 พบในแหล่งเตาเผากระเบื้องเคลือบในเขตเทือกเขานครศรีธรรมราช ศิลปะเมืองนครศรีธรรมราช  หลังจากเมืองภาคใต้ไปจรดปลายแหลมมาลายูตกอยู่ในอำนาจของ “เสียน” จนถึง “เสียนหลอหู” อาณาจักรซึ่งทรงอิทธิพลอยู่ทางตอนบน พื้นที่นี้มีความเจริญทางพุทธศาสนา ศิลปะ ประเพณี การเมืองการปกครอง และวัฒนธรรม



ประเพณีลอยประทีปบูชาพระคงคาที่ได้แบบอย่างมาจากลังกาและอินเดีย ตามตำราพุทธเถรวาทลอยกระทงด้วยเป้าประสงค์หลายประการ อาทิเพื่อขอขมาบูชาแม่น้ำ บูชาพระเกศาของพระพุทธเจ้า( พระจุฬามณี) บนสวรรค์ เพื่อต้อนรับองค์พระสัมมาสัมโพธิญาณเสด็จกลับจากเทวโลกหลังจากแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดา เพื่อบูชาพระอุปคุตะเถระที่บำเพ็ญตะบะในท้องทะเล ภาคใต้ในสมัยโบราณกษัตริย์ ขุนนาง และชาวเมือง ไปลอยกระทงประทีปในแม่น้ำตาปี หรือแม่น้ำหลวง แม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในภาคใต้มีต้นกำเนิดจากเขาหลวงอ.พิปูนจ.นครศรีธรรมราชลงสู่อ่าวไทยที่อ.บ้านดอนจ.สุราษฎร์ธานี


แม่น้ำตาปี มีการตั้งชื่อให้พ้องกับแม่น้ำ “ตาปติ” เช่นเดียวกับเมืองสุราษฎร์ธานีพ้องกับ “เมืองสุรัฏฐ”ในชมพูทวีป ที่มีต้นทางจากภูเขาสัตตปุระ ไหลสู่ปากแม่น้ำเมืองสุรัฏฐ หรืออ่าวแคมเบย์ มหาสมุทรอินเดีย ในสมัยโบราณชาวเดินเรือต่างชาติทั้งจากจีน อินเดีย อาหรับ เปอร์เซีย ต่างรู้จักกันดี โดยเฉพาะนักเดินเรือชาติกรีก ปโตเลมี(Cludius Ptolemy)ที่เข้ามาในแดนสุวรรณภูมิในปลายพุทธศตวรรษที่ 7 ได้เรียกแม่น้ำตาปีว่า แม่น้ำอัตตาบาส์. (ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Album Pirun Wongsawarn)


*********

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Gandhara Terracotta


เทพธิดาคันธาราฐ
Gandhara Terracotta




หน้ากากเทพธิดา สร้างจากวัสดุดินเผาสมัยคันธารราฐ(Gandhara)
พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีอายุร่วมสมัยกับศิลปะกรีก-อินเดีย ราวคริสต์ศตวรรษที่ 1-2
Goddess mask, Gandhara terracotta Greek Art in1-2th A.D.

**********

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

พระศรีอาริย์คันธาระ


พระศรีอริยเมตไตรย
ศิลปะคันธาระ(Gandhara)


            
            พระศรีอริยเมตไตรย เป็นพระโพธิสัตว์ที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแห่งภัทรกัปนี้ นับจากพระศาสนาของพระศรีศากยมุนีโคตมสัมมาสัมพุทธเจ้าสิ้นสุดไปแล้วหลายล้านปี มนุษย์โลกจะทยอยเข้าสู่ความเสื่อมถอย อายุขัยจะลดลงเหลือ ๑๐ ปีเป็นยุคมิคสัญญี ผู้คนไร้ทางออกจนเกิดสังเวชใจหันกลับมาสร้างความดี จนอายุขัยเพิ่มขึ้น ๑ อสงไขยปี ก่อนจะลดลงเหลือ ๘๐,๐๐๐ ปี จึงจะบังเกิดพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญบารมีมาแสนนานจนครบ ๘๐ อสงไขยแสนมหากัป บรรลุบุพเพนิวาสานุสติญาณในมัชฌิมยาม ถึงซึ่งพระสัพพัญญุตญาณ เป็นพระสัมมาสัมโพธิญาณพุทธเจ้า



            ปฏิมากรรมพระศรีอริยเมตไตรย ศิลปะสมัยคันธาระ(Gandhara) ในภาพเป็นงานหล่อขึ้นจากโลหะสำริด มีอายุอยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ ๒ หรือราวพุทธศตวรรษที่ ๗-๘ พบในดินแดนแถบภาคใต้ของสยาม ที่ในอดีตมีการหลั่งไหลของวัฒนธรรมอินเดีย ผสมผสานทั้งพุทธและพราหมณ์(Hindu-Buddhism)อยู่เป็นเวลาช้านาน เชื่อว่าต้นแบบของปฏิมากรรมนี้นำมาจากอินเดีย เมื่อเข้าสู่สุวรรณภูมิจึงนำแร่โลหะที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในธรรมชาติมาสร้างหล่อ ภาคใต้ของสยามจึงเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญ และยังส่งออกไปยังประเทศแคว้นรัฐที่นับถือในพุทธศาสนาอีกทอดหนึ่ง .(ขอขอบคุณภาพจาก : Album Pirun Wongsawarn)

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ

........จันทร์พลูหลวง............

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ทวารวดีเสด็จจากดาวดึงส์


พระพุทธรูปทวารวดี

พระศรีศากยมุนี ปางแสดงธรรม
เสด็จลงจากดาวดึงส์ พระพักตร์ตรงเหลือบพระเนตรลงต่ำ
แย้มพระโอษฐ์ มีพระมัสสุริมพระโอษฐ์
ประทับยืนบนบัลลังก์บัวคว่ำบัวหงาย
หล่อด้วยโลหะสำริดกะไหล่ทอง
ศิลปะทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๕




โครงการศึกษาศิลปะปฏิมากรรมทางศาสนา

*********

ทวารวดีตริภังค์


พระพุทธรูปทวารวดี

พระศรีศากยมุนี รัศมีรอบพระเศียร
พระพักตร์ก้มมองต่ำ ระหว่างพระขนงมีอุณาโลม
ประทับยืนแบบตริภังค์ ปางแสดงธรรม บนบัลลังก์บัวคว่ำบัวหงาย
หล่อด้วยโลหะสำริดกะไหล่ทอง
ศิลปะทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๕




โครงการศึกษาศิลปะปฏิมากรรมทางศาสนา

*********


วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561

กวนอิมหลังสิงโต


พระโพธิสัตว์กวนอิม
ประทับนั่งเหนือสิงโตดั่นเมฆ



              พระโพธิสัตว์กวนอิม แกะสลักจากหินหยกขาว เขียนสีทับ ประทับนั่งปางมหาราชลีลาบนหลังสิงโตดั่นเมฆเหนือบัลลังก์บัวคว่ำ พระวรกายลงรักปิดทอง อาภรณ์เขียนสีทับลวดลายหลากสี ศิลปะช่างจีนแห่งราชวงศ์ถัง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๔

*********

โพธิสัตว์กวนอิมหลังมังกร


พระโพธิสัตว์กวนอิม
ประทับนั่งเหนือหลังมังกร
            



             พระโพธิสัตว์กวนอิม แกะสลักจากหินหยกขาวเขียนสีทับ ประทับนั่งปางมหาราชลีลาบนหลังมังกร พระวรกายลงรักปิดทอง อาภรณ์ประดับเขียนสีทับด้วยลวดลายหลากสี ศิลปะช่างจีนแห่งราชวงศ์ถัง อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๔

*********

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2561

กวนอิมบัลลังก์สิงห์


พระโพธิสัตว์กวนอิม
ศิลปะสมัยราชวงศ์ถัง


พระโพธิสัตว์กวนอิม ปางเสวยสุข
ประทับบนหลังสิงโต แสดงพลังอำนาจ
แกะสลักจากหินหยกขาว ศิลปะจีนสมัยราชวงศ์ถัง
อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๔

*********

กวนอิมหยกขาว


พระโพธิสัตว์กวนอิม
ศิลปะสมัยราชวงศ์ถัง


พระโพธิสัตว์กวนอิม ปางประทานพร
บนบัลลังก์ดอกบัวคว่ำดอกบัวหงาย
แกะสลักจากหินหยกขาว ศิลปะจีนสมัยราชวงศ์ถัง
อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๔
              
****************

กวนอิมจากหินสบู่


พระโพธิสัตว์กวนอิม
ศิลปะสมัยราชวงศ์ถัง


พระโพธิสัตว์กวนอิม ปางเสวยสุข
ประทับบนโขดหินปางมหาราชลีลา
แกะสลักจากหินสบู่ ศิลปะจีนสมัยราชวงศ์ถัง
อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๔

*********

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ศรีวิชัย ๕


พระโพธิสัตว์วัชรปาณี
ศิลปะสมัยศรีวิชัย (Srivijaya)



พระโพธิสัตว์วัชรปาณี ในพุทธมหายาน-วัชรยาน
ประทับนั่งแบบมหาราชลีลา พระผู้ขจัดความชั่วร้ายทั้งปวง
หล่อจากโลหะสำริด กะหลั่ยทอง ศิลปะสมัยศรีวิชัย
มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๖
พบในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้




*********
ที่มา : Album Parot samparn/Parotboonta.

พระโพธิสัตว์กวนอิม


พระโพธิสัตว์กวนอิม
สมัยราชวงศ์ถัง (Chaina Tang)





พระโพธิสัตว์กวนอิม แกะสลักจากหินหยกเขียว
ปฏิมากรรมจีนตามแบบพุทธมหายาน
สมัยราชวงศ์ถัง พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๔(ค.ศ.618-907)
มีขนาดหน้าตักกว้าง ๓๔ ซ.ม.ความสูงจากฐาน ๘๗ ซ.ม.

*********

ที่มา : Album Parot Samparn/Parotboonta.

วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ศรีวิชัย ๔


พระโพธิสัตว์ปัทมปาณี
ศิลปะสมัยศรีวิชัย (Srivijaya)



พระโพธิสัตว์ปัทมปาณี ในคติพุทธมหายาน-วัชรยาน ประทับนั่งแบบมหาราชลีลา
พระหัตถ์ถือดอกบัว เนื้อโลหะสำริดกาหลั่ยทอง ศิลปะสมัยศรีวิชัย (Srivijaya)
อายุระหว่างพุทธศตวรรษที่13-16

*********

ที่มา : Album Parot samparn/Parotboonta.

วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ศรีวิชัย ๓



พระโพธิสัตว์ปัทมปาณี
ศิลปะสมัยศรีวิชัย (Srivijaya)



พระโพธิสัตว์ปัทมปาณี หล่อด้วยเนื้อโลหะสำริดกาหลั่ยทอง
ศิลปะสมัยศรีวิชัย อายุราวพุทธศตวรรษ13-16
ความสูงรวมฐาน32cm. ความสูงรวมฐาน 38cm.

*********
ที่มา : Album Parot samparn/Parotboonta.

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ศรีวิชัย ๒


เทวอรรถนารีศวร
ศิลปะสมัยศรีวิชัย
(Srivijaya)




เทวอรรถนารีศวร หล่อด้วยโลหะสำริด กะหลั่ยทอง
ปฏิมากรรมที่พระศิวะและพระอุมาอยู่ในร่างดียวกัน
อยู่ในอิริยาบถฟ้อนรำเอียงสะโพกตริภังค์ ศิลปะสมัยศรีวิชัย
มีอายุอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๘

*********
ที่มา : Album Parot Samparn/Parotboonta



วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ศรีวิชัย ๑

พระโพธิสัตว์
ศิลปะสมัยศรีวิชัย
(Srivijaya)



พระโพธิสัตว์ หล่อด้วยโลหะสำริด กาหลั่ยทอง
ประทับยืนตริภังค์ท่าร่ายรำบนฐานดอกบัว
ศิลปะสมัยศรีวิชัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13-16

*********
ที่มา : Album Parot Samparn/Parotboonta.

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2561

คันธาราฐ ๔

พระศากยะมุนี
ศิลปะแบบคันธาราฐ
(Gandhara)






พระศรีศากยะมุนี หล่อด้วยโลหะสำริด สนิมหยก
เป็นปฏิมากรรมขนาดเล็ก ประทับนั่งบนบัลลังก์บัวสองชั้น 
ด้านหลังมีรัศมีเสมาธรรมจักร ศิลปะแบบคันธาราฐ(Gandhara
อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๖-๘ 
พบในดินแดนแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

*********