โพสต์แนะนำ

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระนางพญา ๖

พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง
กรุวัดนางพญา เมืองพิษณุโลก


            พระนางพญา พิมพ์เข่าโค้ง เป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากพุทธลักษณ์ ได้สัดส่วน องค์พระโดดเด่นเป็นสง่า สัญลักษณ์อยู่ที่พระชงฆ์(แข้ง)ขวา วางรับกับพระชงฆ์ซ้ายที่อยู่ด้านล่างเป็นแนวโค้งตกท้องช้างอย่างสวยงาม


            พระนางพญา เป็นพระเครื่องที่แตกกรุภายในวัดนางพญา เมืองพิษณุโลก ในคราวเด็จประพาสต้นของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ ๕ เมื่อปีพ.ศ.๒๔๔๔   มีอายุการสร้างนานกว่า ๔๐๐ ปี สร้างในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ในแผ่นดินอยุธยา เมื่อมีการพบที่วัดนางพญา จึงเป็นที่เชื่อถือกันว่าเป็นพระที่สร้างโดยสมเด็จพระวิสุทธิกษัตรีย์ อัครมเหสี ผู้ทรงเป็นพระราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ และสมเด็จพระศรีสุริโยทัย และทรงเป็นพระราชมารดา พระสุพรรณกัลยา สมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระเอกาทศรถ


            พระนางพญา เป็นศิลปะอยุธยาที่ได้รับอิทธิพลของสุโขทัย มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละพิมพ์ทรง ด้วยเนื้อหาหลักที่เป็นดินมีทั้งผ่านการกรองและมีกรวดทรายปน จึงทำให้พระนางพญามีเนื้อหาแยกออกเป็นเนื้อหยาบ  และเนื้อละเอียด  ซึ่งจัดว่ามีความโดดเด่นในแต่ละประเภท  รู้จักกันดีใน ๗ พิมพ์ทรง ได้แก่ พิมพ์เข่าโค้ง พิมพ์เข่าตรง พิมพ์อกนูนใหญ่ พิมพ์อกนูนเล็ก พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์เทวดา(อกแฟบ) และพิมพ์เข่าบ่วง


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********


วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระนางพญา ๕


พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง
กรุวัดนางพญา เมืองพิษณุโลก




              พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง มีขนาดฐานกว้าง ๒.๒ ซ.ม.ความสูงจากฐานถึงยอดสามเหลี่ยม ๓.๒ ซ.ม. พุทธปฏิมาประทับนั่งปางมารวิชัย พระพักตร์กลมเรียว พระเศียรคาดเส้นกระจัง เหนือขึ้นไปเป็นพระเกศเป็นเกศโคนคอดแบบเปลวเพลิง พระกรรณ(หู)ซ้ายยาวโค้งลงมาชนพระอังสา(บ่า)ซ้าย ด้านในเป็นเส้นพระศอยาวลงมาจรดขอบบนจีวร พระกรรณขวายาวลงมาชนพระอังสาขวา ด้านในเป็นเส้นพระศอยาวลงชนพระอังสาด้านใน

    
          พระอังสาทั้งสองด้าน พระอุระ(อก)คอด พระนาภี(ท้อง)กว้าง  พระพาหา(แขนท่อนบน)ยาวลงมาถึงระดับพระนาภี ก่อนจะหักเข้าวางลำพระกร(แขน)แบบอุ้มพระนาภี พระพาหาซ้ายวางลงจนถึงข้อกัประ(ศอก)ผายออกเล็กน้อย แล้ววางพระกรพาดพระชานุ(เข่า)ขวาลงไป พระเพลาแบบขัดสมาธิวางพระชงฆ์(แข้ง)ขนานกัน โดยรวมเรียกกันว่าพิมพ์ เข่าตรงมือตกเข่า




           วรรณะออกเนื้อแดงคราบเหลือง มีราดำเกาะติดอยู่เป็นระยะทั่วองค์ทั้งด้านหน้าและหลัง จัดเป็นพระนางพญาขนาดมาตรฐานที่เห็นกันอยู่ทั่วไป ข้อโดดเด่นของพระนางพญาทุกองค์คือมีความหนาและฐานกว้าง ทำให้พระกรุนี้ตั้งได้โดยไม่ล้ม สันนิษฐานกันว่า ทหารโบราณนำพระนางพญาติดตัวไปคุ้มครองภัย โดยพันไว้กับผ้าประเจียดบ้าง บูชาไว้ในหมวกบ้าง เมื่อจะพักผ่อนหลับนอนก็จะนำองค์พระออกมาบูชาแล้วตั้งไว้บนหัวนอนครับ.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********







พระกรุวัดใหญ่ชัยมงคล


พระปางมารวิชัยเคลือบ
กรุวัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา


              พระปางมารวิชัยเคลือบ หรือที่เรียกกันทั่วไปในหมู่ผู้นิยมสะสมพระเครื่องว่า “พระขุนแผนเคลือบ” กรุวัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เป็นพระเครื่องที่เชื่อกันว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อคราวได้รับชัยชนะในศึกยุทธหัตถีเมื่อปีพ.ศ.๒๑๓๕ แตกกรุในราวปีพ.ศ.๒๔๔๐ และมีการลักลอบขุดเรื่อยมา จนต่อมาปีพ.ศ.๒๕๐๐ หลังการสำรวจของกรมศิลปากรเสร็จสิ้น จึงมีการปิดทับกรุพระเจดีย์อย่างถาวร

              พระเครื่องที่พบภายในพระเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล มีด้วยกันหลายแบบพิมพ์ทรง แต่ที่เป็นพระปฏิมาปางมารวิชัยใต้เคลือบ มีอยู่ด้วยกัน ๓ พิมพ์ทรง คือ พิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ฐานสูง ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ฐานเตี้ย และพิมพ์แขนอ่อน  ได้รับความนิยมสืบเนื่องนับจากอดีตถึงปัจจุบันทั้ง ๓ พิมพ์ทรง ในจำนวนนี้พระพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ เป็นแบบพิมพ์ทรงเดียวกับพระพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่เนื้อดินเผา กรุวัดบ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์  จ.สุพรรณบุรี ซึ่งท่านอาจารย์มนัส โอภากุล นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสุพรรณบุรี ยืนยันว่า เริ่มมีการแตกกรุในช่วงปีพ.ศ.๒๔๔๐(1) เป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับการแตกกรุของวัดใหญ่ชัยมงคล

พระวัดบ้านกร่าง พิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่
ภาพจาก:หนังสือพระฯเมืองสุพรรณ ของ อ.มนัส โอภากุล

             ด้วยพุทธลักษณ์ แม้พระพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่จะสร้างในสมัยอยุธยา แต่ก็มีศิลปะสกุลช่างสุพรรณภูมิ(อู่ทอง)รวมอยู่ เมื่อพิจารณาจากพงศาวดารการเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในครั้งศึกยุทธหัตถีที่หนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี จึงสันนิษฐานได้ว่า พระพิมพ์ห้าเหลี่ยมอกใหญ่และพิมพ์อื่น ๆของกรุวัดบ้านกร่าง ถูกสร้างเตรียมไว้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจต่อบรรดาทหารหาญของพระองค์ก่อนสู้ศึก โดยสร้างเนื้อดินเผาที่ไม่ผ่านการกรองดินเพราะเป็นช่วงเวลาเร่งรีบ หลังได้รับชัยชนะด้วยการปลิดพระชนม์ชีพมังกะยอชวา อุปราชแห่งหงสาวดี จึงมีการนำแบบพิมพ์หลักไปเป็นต้นแบบการสร้างอย่างประณีตสวยงามมากขึ้น เพื่อบรรจุ ณ พระเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล

ด้านหน้า พระปางมารวิชัย ห้าเหลี่ยม อกใหญ่ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล
ปรากฏคราบกรุจากการออกไซด์ของแร่โลหะในดิน และรอยรานจากน้ำเคลือบ

              พระพิมพ์ปางมารวิชัย ห้าเหลี่ยมอกใหญ่ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล เป็นงานสร้างพระพิมพ์ที่ใช้เทคนิคการเผาเคลือบแบบจีน ใช้เนื้อดินขาวและส่วนผสมมวลสารมงคล แล้วเผาเคลือบใสแบบราน ผิวพระบริเวณที่เคลือบจึงมีความใสเห็นรอยรานและเนื้อใน เป็นเทคนิคหนึ่งที่ได้รับความนิยมอยู่ในสมัยนั้น เมื่อนำพระเคลือบที่ได้ไปผ่านกระบวนการต่าง ๆจนบรรจุเข้ากรุในพระเจดีย์ อุณหภูมิจากความร้อนและเย็นอบอยู่ในภายกรุเป็นเวลานาน ออกไซด์ของแร่เหล็กและตะกั่วที่อยู่ในเนื้อดินและน้ำเคลือบ จะขึ้นมาปกคลุมผิวด้านบน กลายเป็นคราบกรุที่ใช้สำหรับการพิจารณา

ด้านหลังพระปางมรวิชัยเคลือบ เป้นรอยกดเนื้อพระลงบล็อก
หากส่องด้วยกล้องขยายจะพบรอยยุบย่นและรูพรุนปลายเข็มทุกอณู

              คราบของพระเคลือบกรุวัดใหญ่ชัยมงคล ในด้านหน้าส่วนของน้ำเคลือบ มีการเปลี่ยนแปลงอันเเกิดจากออกไซด์ของเหล็กและตะกั่ว เป็นจ้ำรูปทรงไม่แน่นอน ออกไซด์นี้จะเปลี่ยนสภาพเป็นสีดำด้านในภายหลัง และถูกเกาะกุมด้วยปรอทที่เกิดความร้อนชื้นภายในองค์พระเจดีย์ นอกจากนี้ยังมีคราบฝุ่นละอองที่เกาะติดแน่น ซึ่งจะพิจารณาได้ในพระเครื่องที่ไม่ผ่านการใช้ ส่วนพระที่ผ่านการใช้บูชา จะปรากฏเพียงคราบจ้ำดำคล้ำแต่ไม่ดำสนิทกระจายอยู่ทั่วองค์พระ ส่วนด้านหลังองค์พระที่ไม่ถูกน้ำเคลือบ เนื้อจะเรียบมีเพียงแอ่งจากการกดแม่พิมพ์ มีแบบที่เป็นรอยนิ้วและรอยกดเรียบ แต่จะไม่เป็นรูพรุนใหญ่ชัดเจน.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

เอกสารอ้างอิง
(1) มนัส โอภากุล.พระฯเมืองสุพรรณ.มนัสการพิมพ์.สุพรรณบุรี.พ.ศ.๒๕๓๖.

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระนางพญา ๔


พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง
กรุวัดนางพญา เมืองพิษณุโลก


              โดยปกติพระนางพญา พิษณุโลก แต่ละพิมพ์ทรงจะมีพิมพ์แยกย่อยออกไปอีก ทั้งขนาดองค์พระ และกรอบพิมพ์ก็อาจใหญ่เล็กแตกต่างกันบ้าง อยู่ที่การถ่ายแบบพิมพ์ การตัดกรอบ และความร้อนระหว่างการเผา ดังนั้นทั้งขนาด และสีของเนื้อพระจึงมีความหลากหลายอยู่ในตัวเอง

              พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง องค์นี้มีขนาดฐานกว้าง ๒.๐ ซ.ม.สูงจากฐานถึงยอดสามเหลี่ยม ๓.๐ ซ.ม. พระพักตร์กลมมน เหนือพระนลาฏ(หน้าผาก) เป็นแนวเส้นกระจังครอบจากบนต่อเนื่องลงไปเป็นพระกรรณ(หู)ทั้งสองข้าง เหนือแนวเส้นเป็นยอดพระเกศแบบเกศบัวตูมปลายแหลมจรดขอบสามเหลี่ยมบน


              พระกรรณซ้ายยาวลงมาจรดขอบสังฆาฏิเหนือพระอังสา(ไหล่)ซ้าย ด้านในเป็นเส้นพระศอลงมาจรดขอบริ้วจีวรบน พระกรรณขวา ยาวลงมาเหนือพระอังสาขวา ด้านในมีเส้นพระศอยาวลงมาจรดพระอังสาขวา สังฆาฏิพาดเฉียงลงมาจรดพระนาภี(ท้อง) ชายจีวรบนพาดเฉียงไปใต้พระกัจฉะ(รักแร้)ขวา

              พระพาหา(แขนท่อนบน)ขวาวางตรงลงมา ข้อพระกร(มือ)พาดเลยพระชานุ(เข่า)ขวาลงไป เป็นที่มาของชื่อพิมพ์ว่า “พิมพ์เข่าตรงมือตกข่า) พระพาหาซ้ายวางลงมา ข้อพระกัประ(ศอก)โค้ง วงพระกร(แขนท่อนล่าง)วางโค้งตกท้องช้าง ปลายเลยไปด้านข้างพระนาภีขวา พระเพลา(ตัก)เป็นเส้นพระชงฆ์(แข้ง)วางขนานเส้นตรง


              พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง องค์นี้วรรณะออกสีดำคราบกรุสีแดงอิฐ เข้าใจว่ามวลสารมงคลที่นำมาสร้างมีส่วนผสมว่านเป็นตัวนำ เนื้อพระจึงหดเหี่ยวเป็นริ้วย่นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง นอกจากนั้นยังเป็นพระเครื่องโบราณที่ได้รับการเก็บรักษามาเป็นอย่างดี องค์พระจึงอยู่สภาพเดิม และยังปรากฏละอองปรอทภายในกรุเกาะกุมให้เห็นอยู่ทั่วไป.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระนางพญา ๓


พระนางพญา พิมพ์เทวดา
กรุวัดนางพญา พิษณุโลก


              พระนางพญา พิมพ์ทรงเทวดา มีขนาดฐานกว้างประมาณ ๑.๕ ซ.ม. สูงจากฐานถึงยอดสามเหลี่ยมประมาณ ๒.๕ ซ.ม.พุทธปฏิมาคล้ายกับพิมพ์ทรงสังฆาฏิ แต่แตกต่างอย่างชัดเจนบริเวณส่วนบนที่พระพักตร์เต็มนูนคล้ายหยดน้ำ พระนลาฏ(หน้าผาก)กว้าง พระหนุ(คาง)แหลมลงไปยังพระศอ(คอ) พระเกศเป็นกระจัง พระกรรณ(หู)ซ้ายยาวลงมาจรดขอบจีวรที่อังสา(บ่า)เป็นเส้นเดียว พระกรรณขวายาวลงมาจรดพระอังสา(ขวา) พระเกศเป็นแบบเกศบัวตูม


              พระอังสาสองด้านสง่าผ่าเผย พระพาหา(แขนท่อนบน)ซ้ายโค้งเล็กน้อยลงมา ก่อนจะหักเข้าเป็นเส้นโค้งใต้พระนาภี(ท้อง) ใต้พระกัประ(ข้อศอก)ปรากฏเส้นชายจีวรพาดเฉียงออกไปชนพระชานุ(เข่า)ซ้าย  พระพาหาขวาวางผายออก ปลายพระกรวางลงบนพระชานุ(เข่า)ขวา ข้อพระกรเอียงเข้าด้านใน


              พระนางพญา พิมพ์ทรงเทวดาองค์นี้ เป็นแบบเนื้อเขียวคราบสีแดงอิฐ เหนือคราบปรากฏราดำทั่วทั้งองค์ เป็นพระเครื่องขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมอีกพิมพ์ทรงหนึ่ง.

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............
*********

วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระนางพญา ๒


พระนางพญา สังฆาฏิ
กรุวัดนางพญา พิษณุโลก



              พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ มีขนาดฐานกว้างประมาณ ๑.๘ ซ.ม.สูงจากฐานถึงยอดสามเหลี่ยมประมาณ ๒.๔ ซ.ม. องค์พระประทับนั่งปางมารวิชัย พระพักตร์คล้ายสามเหลี่ยมมุมตัด พระนลาฏ(หน้าผาก)ยุบ พระเศียรคล้ายกระจัง  พระเกศโคนเล็กขึ้นเป็นเปลวคล้ายดอกบัวตูมปลายยาวจรดขอบบน พระปราง(แก้ม)ทั้งสองข้างตอบ พระกรรณทั้งสองข้างขนานเป็นแนวยาวลงมาข้างพระปราง



              ปลายพระกรรณ(หู)ทั้งสองด้านแยกออกเป็นสามเหลี่ยม รับกับพระอังสา(บ่า)ทั้งสองข้างอย่างสง่าพระกรรณซ้ายโค้งเข้า ปลายด้านในวิ่งเป็นแนวยาวต่อเนื่องไปกับขอบจีวรเหนือพระอุระพาดเฉียงขวาลงไปใต้พระกัจฉะ (รักแร้) ปลายด้านนอกแตกออกชนกับพระอังสา(บ่า)ซ้าย สังฆาฏิพาดเฉียงจากพระอังสาซ้ายลงไปเหนือพระนาภี (ท้อง,สะดือ) พระกรขวาวางเหนือพระชานุ(เข่า)ในลักษณะผายออก วงพระกรซ้ายวางโค้งคล้ายประคองพระนาภี พระเพลาแบบขัดสมาธิกว้าง ด้านหลังปาดเรียบปรากฏรอยนิ้วมือกดพิมพ์


              พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ องค์นี้ออกสีดอกพิกุลแห้ง ซึ่งเป็นหนึ่งใน ๑๒ สีของพระนางพญา ผิวปรากฏคราบราดำทั่วทั้งองค์ คล้ายพระผงสุพรรณ และพระซุ้มกอ จัดเป็นพระเครื่องกรุหลักที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด และเป็นที่นิยมมากอีกพิมพ์ทรงหนึ่ง.

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............


*********




พระนางพญา ๑


นางพญาอกนูนเล็ก
กรุวัดนางพญา พิษณุโลก


พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก 

ด้านหลังพิมพ์อกนูนเล็ก สีมะขามเปียก สีแดง และสีเหลือง

              พระนางพญา พิมพ์อกนูนเล็ก มีขนาดกว้างประมาณ ๑.๕ ซ.ม.สูงประมาณ ๒.๕ ซ.ม. พุทธปฏิมาประทับนั่งปางมารวิชัย พระพักตร์กลมเรียว พระเกศขึ้นตรงไปจรดขอบมุมสามเหลี่ยมด้านบน พระกรรณแนบพระปรางค์ ด้านซ้ายยาวจรดพระอังสา พระอุระนูนเด่นเป็นสัญลักษณ์ของพิมพ์ทรง เป็นพระขนาดเล็ก ที่ได้รับความนิยมในหมู่สุภาพสตรี 


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯวัดพลับ


พระสมเด็จวัดพลับ
สมเด็จพระสังฆราช(สุก ไก่เถื่อน)


             พระเครื่องที่พบในพระเจดีย์เก่ากรุกระรอกเผือกที่วัดราชสิทธารามฯ(วัดพลับ) ฝั่งธนบุรี  มีอยู่ด้วยกันหลายแบบพิมพ์ทรง อาทิ พิมพ์วันทาเสมา(พิมพ์ถือบัว) พิมพ์ตุ๊กตาใหญ่-เล็ก พิมพ์พุงป่องใหญ่-เล็กพิมพ์สมาธิใหญ่-เล็ก พิมพ์สมาธิเข่ากว้าง พิมพ์ปิดตา  และพิมพ์อื่น ๆ สร้างจากเนื้อปูนปั้น แกะแบบพิมพ์ขึ้นอย่างง่าย ๆ แต่ทรงคุณค่าทางภูมิปัญญา และความศรัทธาต่อมหาชนมาช้านาน

พระสมเด็จวัดพลับ พิมพ์ตุ๊กตาใหญ่ ด้านหน้า
             การสร้างพระสมเด็จวัดพลับ เป็นการแกะแม่พิมพ์แบบนูนต่ำเฉพาะส่วนขององค์พระ เมื่อจะทำการกดพิมพ์ ช่างจะนำเนื้อผงที่ผสมกันอย่างได้สัดส่วนแล้วมาปั้นแล้วกดลงไปในแบบพิมพ์ จากนั้นจึงกดแต่งด้านนอกให้เป็นหลังอูมหรือหลังนูน แล้วจึงเคาะออกจากแบบพิมพ์ ดังนั้นพระแต่ละองค์แม้จะเป็นพิมพ์เดียวกัน จึงอาจมีขนาดไม่เท่ากัน เพราะช่างแต่ละคนใช้ปริมาณของก้อนผงไม่เท่ากัน

ด้านหลัง พิมพ์ตุ๊กตาใหญ่
              นอกจากนั้น ความแน่นของเนื้อก็แตกต่างกันจากน้ำหนักการกดพิมพ์ของช่างแต่ละคน เมื่อพระผ่านการตากจนแห้งแล้วนำไปบรรจุกรุ ความแน่นของเนื้อจะมีส่วนสำคัญต่อการคงสภาพขององค์พระ จึงเห็นได้ว่าในบางองค์ด้านข้างองค์พระปริ บางองค์ปริมากจนแตกก็มี ส่วนบางองค์การกดพิมพ์ให้น้ำหนักพอดีและกดแต่งด้านหลังอย่างพิถีพิถัน พระในกลุ่มนี้จึงมีความสวยงาม พิมพ์ติดชัดเจน และเนื้อองค์แน่นไม่ปริแตกง่าย ทั้งนี้ทุกขั้นตอนตั้งแต่การผสมมวลสาร การกดแบบพิมพ์ และนำไปบรรจุกรุ จึงล้วนมีส่วนสำคัญที่มีผลต่อองค์พระทั้งสิ้น

ด้านหน้า พิมพ์ตุ๊กตาเล็ก
              พระสมเด็จวัดพลับ ผ่านการบรรจุภายในเจดีย์ที่ผ่านร้อนผ่านเย็นมาเป็นเวลานาน จึงเกิดคราบน้ำตามรูรั่วและรอยร้าวของพระเจดีย์ รวมถึงคราบฝุ่นละอองที่มีอุณหภูมิภายในเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา กลายเป็นคราบกรุที่นำมาศึกษากัน คราบกรุที่ปรากฏขึ้นบนผิวองค์พระ ในองค์ที่ไม่ผ่านการใช้บูชา เนื้อพระออกขาวอมเหลือง  คราบกรุเป็นสีน้ำตาลอ่อนเข้มและแห้งผาก เหนือคราบน้ำตาลปรากฏคราบฝ้ากระจายเคลือบเป็นหย่อม ๆ คราบฝ้านี้แท้ที่จริงก็คือคราบปรอทตายนั่นเอง นอกจากนั้นยังมีการงอกของเนื้อ และคราบฟองเต้าหู้ที่เกิดขึ้นจากการระเหิดของน้ำประสานภายใน และแห้งฝ่อเมื่อปะทะกับความร้อนอบอ้าวภายในกรุ
ด้านหลัง พิมพ์ตุ๊กตาเล็ก
              สมเด็จวัดพลับที่นำมาลงนี้ มีอยู่ด้วยการ ๒ พิมพ์คือพิมพ์ตุ๊กตาใหญ่ และพิมพ์ตุ๊กตาเล็ก อย่างละ ๓ องค์ เพื่อให้ได้เปรียบเทียบให้เห็นถึงขนาดและพิมพ์ทรง ที่มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นงานทำด้วยมือ ส่วนที่มีความเหมือนกันนั้นก็คือธรรมชาติของผิวองค์พระที่ได้รับการบรรจุไว้ภายในกรุนั่นเอง

เปรียบเทียบขนาดความแตกต่างระหว่างพิมพ์ตุ๊กตาใหญ่และตุ๊กตาเล็ก
              ในพระสมเด็จวัดพลับ องค์ที่ผ่านการใช้บูชา โดยเฉพาะในอดีตนิยมนำมาถูเหงื่อไคล พื้นที่ส่วนที่สูงจึงเกิดความมันเลื่อม เผยให้เห็นรอยแตกระแหงซึ่งกลายเป็นลายธรรมชาติขององค์พระ แต่ส่วนพื้นที่ต่ำจะยังคงมีธรรมชาติดั้งเดิมเหลืออยู่ ปัจจุบันนิยมเลือกสะสมกันในสภาพเดิม เพราะง่ายต่อการพิจารณา ลองศึกษาเปรียบเทียบกันดูครับ.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯ ๒๔


สมเด็จอะระหัง
พิมพ์สังฆาฏิ



             พระสมเด็จอะระหัง เป็นพระเนื้อปูนปั้นพิมพ์สี่เหลี่ยมชิ้นฟักสร้างโดยสมเด็จพระอริยวงษญาณ(สุก ญาณสังวร) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระอริยสงฆ์ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ ทรงกำชับให้พระเจ้าลูกยาเธอและพระเจ้าหลานยาเธอทุกพระองค์ต้องไปร่ำเรียนพุทธศาสตร์กับพระองค์ นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเป็นพระอาจารย์สอนวิปัสสนาธุระกับธุดงควัตรให้เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรํสี) และเชื่อกันว่าพระเครื่องพิมพ์สมเด็จอะระหัง เป็นต้นแบบที่เจ้าประคุณสมเด็จฯโต นำมาพัฒนาต่อจนเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางคือพระสมเด็จฯวัดระฆัง พระสมเด็จฯบางขุนพรหม และพระสมเด็จฯเกศไชโย



              พระสมเด็จฯอะระหัง พิมพ์สังฆาฏิ ที่นำมาลงไว้นี้เป็นหนึ่งในหลายพิมพ์ที่สมเด็จพระสังฆราชสุกได้สร้างไว้หลังจากเสด็จจากวัดราชสิทธารามฯมาประทับยังวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ สำหรับรูปแบบพิมพ์ทรง องค์พระประทับนั่งปางสมาธิภายในซุ้มครอบแก้ว พระพัตร์กลมคล้ายผลสมอ พระเกศส่วนโคนคอด ส่วนกลางหนา ปล่อยปลายขึ้นไปชนกับขอบซุ้ม พระกรรณห่างจากพระพักตร์ ด้านขวาองค์พระสูงกว่าด้านซ้าย กลางพระองค์ปรากฏสังฆาฏิพาดเฉียงลงไปยังพระนาภี ฐานทั้ง ๓ ชั้นเรียงตามยาวลดหลั่นกันไป ฐานบนคล้ายหมอนปลายโค้งขึ้นรับกับพระชานุ(เข่า) ฐานกลางเป็นเส้นบางที่สุด ฐานชั้นล่างยาวหนาปลายทั้งสองด้านปาดเฉียงลง เส้นซุ้มจากเส้นฐานและโดยรวมมีขนาดเล็ก ภายนอกเป็นเส้นบังคับพิมพ์สี่เหลี่ยมผืนผ้า การตัดขอบด้านข้างห่างจากเส้นบังคับพิมพ์เล็กน้อย ด้านหลังปรากฏรอยจารอักขระขอม “อะระหัง” อันเป็นสัญลักษณ์ของพิมพ์ทรง


              เนื้อหาโดยรวมออกสีขาวหม่นไปทางเหลือง ผิวด้านบนทาด้วยรักน้ำเกลี้ยงแต่หลุดร่อนออกไปเหลือเพียงบางส่วน เนื้อออกหนึกนุ่มซึ้งตาจากการคลายตัวของน้ำประสานภายใน พื้นผิวภายนอกเห็นเป็นมวลสารสีน้ำตาล สีแดง และสีดำ กระจายอยู่ทั่วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง บางส่วนคล้ายก้อนเนื้อผงสีขาวฝังตัวอยู่ มีเศษซากออแกนิคฝังอยู่ในโพรงขนาดเล็ก ตามเป็นธรรมชาติของพระเนื้อผงที่ผ่านกาลเวลามานานร่วม ๒๐๐ ปี

              สมเด็จฯอะระหัง ของสมเด็จพระสังฆราชสุก จึงเป็นพระเครื่องอีกองค์หนึ่งที่มีผู้ปรารถนาจะครอบครอง ด้วยเหตุผลที่สร้างโดยประมุขสูงสุดแห่งพุทธจักร ทรงเป็นพระอริยสงฆ์ที่เป็นพระอาจารย์ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑-๔  และยังทรงเป็นพระอาจารย์ของเจ้าประคุณสมเด็จฯพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม.


ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............


*********










วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พระสมเด็จฯ๒๓


สมเด็จฯวัดระฆัง
พิมพ์ใหญ่ กรอบกระจก


              พระสมเด็จฯวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ กรอบกระจก เป็นพระที่ตัดด้านข้างทั้ง ๔ ด้านเกินเส้นบังคับพิมพ์ ทำให้องค์พระ เส้นซุ้ม และกรอบบังคับพิมพ์ ลอยเด่นอย่างเป็นอิสระ จึงมีขนาดใหญ่กว่าแบบพิมพ์อื่นที่ตัดชิดเส้นบังคับพิมพ์ มีขนาดความกว้าง ๒.๖ ซ.ม.สูง ๓.๘ ซ.ม.


              เอกลักษณ์ของพระสมเด็จฯพิมพ์นี้ อยู่ที่เส้นบังคับพิมพ์ค่อนข้างหนา ด้านขวาองค์พระเป็นเส้นคู่วิ่งลงมาจากขอบบน เส้นในชนเส้นซุ้มบริเวณฐานที่ ๒ เส้นนอกวิ่งเลยลงมาชนกับกรอบล่าง ส่วนเส้นบังคับด้านซ้ายวิ่งลงมาจากด้านบนแล้วเบียดเข้ากับเส้นซุ้มบริเวณฐานชั้นที่ ๒ เส้นซุ้มครอบแก้วส่วนบนทั้งสองด้านค่อนข้างได้สัดส่วน พื้นในกรอบผนังด้านนอกสูงกว่าผนังภายในเส้นซุ้ม สำหรับด้านหลังของพระองค์ที่นำมาลงไว้นี้ เป็นหลังกระดาน เกิดจากการปาดจากด้านซ้ายไปขวา ขอบกระดานหรือวัสดุที่ใช้ปาดไม่ราบเรียบเสมอกัน จึงทำให้เกิดร่องเป็นระยะ



              ส่วนสภาพผิวเนื้อขององค์พระ ส่วนนอกสุดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีการลงรักน้ำเกลี้ยงมาแต่เดิม เนื้อพระด้านหน้าแตกร่องระแหง เกิดจากขั้นตอนการตากสภาพอากาศร้อนกว่าปกติจึงดูดซับความชื้นได้ค่อนข้างมาก เมื่อนำมาลงรัก ผ่านกาลเวลาผิวรักหลุดร่อนออกไป เหลือติดค้างอยู่ภายในร่องจึงเห็นรอยรานอย่างชัดเจน ส่วนด้านหลังไม่ได้รับผลกระทบจากไอแดด เนื้อพระจึงไม่มีรอยแต่อย่างใด มีเพียงรอยรั้งด้านข้างองค์พระบางส่วน ซึ่งเกิดขึ้นจากการยุบตัวของเนื้อพระนั่นเอง

              พระสมเด็จฯวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่กรอบกระจก จัดเป็นพระที่สวยงามได้สัดส่วน ปัจจุบันพบเห็นการทำเลียนแบบค่อนข้างมาก แต่มีความแตกต่างจากของเดิม เนื่องจากความหนึกนุ่ม รอยพรุนปลายเข็ม และธรรมชาติของพระเนื้อผงที่มีอายุเกินศตวรรษยังทำได้ไม่เหมือน อย่างไรก็ดี ในพระสมเด็จฯพิมพ์นี้ บางองค์ตัดชิดกรอบบังคับพิมพ์ก็มีครับ.

ศึกษาเพื่อการอนุรักษ์วัตถุโบราณ
........จันทร์พลูหลวง............

*********